วันอาทิตย์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2554

บทที่ 5

ปัจจุบันมีการนำเทคโนโลยีเกี่ยวกับควมพิเตอร์มาใช้      ทำให้สื่อต่าง ๆ
ได้มีการพัฒนาไปมาก โดยมีโปรแกรมต่าง ๆ มาช่วยโปรแกรม Adobe Photoshop
CS เป็นโปรแกรมที่ช่วยในการสร้างและตกแต่งภาพกราฟฟิก

การเข้าสู่โปรแกรม Photoshop

1.คลิกที่ปุ่ม Start > Program > Adobe Photoshop CS เพื่อเข้าสู่โปรแกรม
 
ส่วนประกอบต่าง ของโปรแกรม
 
Menu Bar  คือ  แถบรวบรวมคำสั่งหลักทุกคำสั่งในการใช้โปรแกรมTool
File - มีไว้สำหรับเปิด-ปิด และ บันทึก (Save) ไฟล์ รวมถึงการ Import, Export การสั่งการพิมพ์ เป็นต้น
Edit – เป็นคำสั่งสำหรับการปรับแต่ง แก้ไข ดัดแปลง ตัดต่อ รวมถึงการปรับตั้งค่าต่างๆ (Preferences)Image – คำสั่งนี้ใช้สำหรับปรับค่าต่างๆของภาพทั้งภาพ
Layer – เป็นคำสั่งในการสร้างเลเยอร์ การปรับแต่งแต่ละ เลเยอร์ รวมถึงการรวมเลเยอร์เข้าด้วยกัน
    Select – เป็นคำสั่งหรือจัดการกับพื้นที่ที่ต้องการทำงาน ส่วนใหญ่แล้วจะใช้ร่วมกับเครื่องมือใน Tool box Filter – เป็นคำสั่งที่ใช้ในการปรับเปลี่ยนโดยอัตโนมัต มีฟิลเตอร์หลากหลายชนิดให้เลือกใช้
Analysis – เป็นการกำหนดค่าของเครื่องมือที่ใช้ในการวัดขนาด
3D – เป็นคำสั่งที่ใช้ในการสร้างภาพให้เป็นสามมิติ
    View – เป็นคำสั่งที่ใช้ในการปรับเปลี่ยนมุมมอง การย่อหรือขยายขนาดของพื้นที่งาน รวมถึงเครื่องมือที่ใช้ในการวัด
  และเส้น Grid ด้วย
Window – คำสั่งนี้มีใว้เพื่อจัดการเกี่ยวกับพื้นที่บนหน้าจอ และการสั่งการแสดงหรือซ่อน หน้าต่าง Palette และ
  กำหนดค่า Tool preset    Help - เป็นคำสั่งช่วยเหลือเกี่ยวกับการใช้งานต่างๆ
Option Bar คือ แถบตัวเลือกของเครื่องมือซึ่งจะปรากฎขึ้นเมื่อเลือกใช้เครื่องมือ ซึ่งจะปรากฎเมื่อเลือกใช้เครื่องมือ Toolbox สะดวกตามการใช้ งาน
ToolBox คือ กล่องเก็บอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ใช้ในการทำงาน เช่น เครื่องมือ เกี่ยวกับการเลือกและแก้ไข
Status Bar คือ ใช้แสดงข้อความที่เป็นประโยชน์ในขณะทำงาน เช่น SaveFile
 การกำหนดขนาดงานใหม่ (NEW)
1. คลิกเมนู File> New   เพื่อกำหนดขนาดงานใหม่
2.ตังชื่อไฟล์ในช่อง Name
3.กำหนด หน่วยของขนาดงาน
                Pixels    =   พิกเซล
Cm     =   เซนตติเมตร
Inches     =   นิ้ว
4.กำหนดค่าความกว้างความสูงของงาน
width   =   ความกว้าง
Height =   ความสูง
5.กำหนดค่าความละเอียดในการประมวลผลงาน
6.กำหนดโหมดสีในการแสดงผล
 
การบันทึกหรือเซฟงาน (Save)
 
1.คลิกเมนู  Fill > Save As
2.หน้าต่าง Save As จะปรากฎขึ้น จากนั้นคลิกเลือก Folder หรือ ไดรฟืที่ต้องการ
   บันทึก
3.คลิกเลือกชนิด File JPEG ที่ช่อง Format
4.ตั้งชื่อไฟล์ที่ต้องการบันทึกที่ช่อง File name
5.คลิกปุ่ม  SAVE

บทที่ 4

บทที่ 4 การกำหนดมุมมองใน Illustrator
                ในการกำหนดมุมมองการทำงานกับชิ้นงานในโปรแกรม Illustrator นั้นนับว่าเป็นเรื่องสำแม้ในการทำงานเริ่มต้นอาจจะมีการกำหนดขนาดของภาพมาแล้วก็ตาม แต่เราสามารถปรับเปลี่ยนภาพหรือชิ้นงานได้โดยไม่มีข้อจำกัด โดยในระหว่างขั้นตอนการทำงานนั้นเราต้องเข้าใจว่าจะกำหนดมุมมองของภาพออกม  อย่างไร เพื่อที่เราจะสามารถทำงานได้อย่างดีและมีประสิทธิภาพมากที่สุด เพื่อให้ภาพออกมาเหมาะสมและพร้อมที่จะเอาไปใช้งานได้ ซึ่งทำได้หลายวิธีดังต่อไปนี้
ตอนที่ 1 กำหนดการมองภาพทั้งหมดโดยใช้ Toolbox Option
                Toolbox Option เป็นการกำหนดมุมมองที่ใช้ในการทำงานกับภาพ โดยที่การเรียกใช้
                Toolbox Option นี้ทำได้โดยการ Click mouse ที่ Toolbox ซึ่งเราจะเห็นว่ามีเครื่องมือย่อยอยุ่ 4 รูปแบบ คือ
                Maximized Screen Mode คือ การย่อหน้าจอปกติ
Standard screen Mode : เป็นหน้าจอปกติของ Illustrator ซึ่งจะเป็นการแสดงภาพทั้งหมดให้เห้นภายในกรอบหน้าต่าง
                Full Screen Mode with Menu bar : เป็นการแสดงหน้าจอที่ไม่มีกรอบหน้าต่าง โดยรูปทั้ง
หมดจะถูกแสดงเต็มหน้าจอ แต่ยังเหลือเมนูบาร์อยู่
                Full Screen Mode : เป็นการแสดงหน้าจอโดยที่รูปทั้งหมดถูกแสดงเต็มจอ ซึ่งไม่มีกรอบ
หน้าต่างและเมนูบาร์


ตอนที่ 2 การย่อ-ขยายภาพ โดยใช้ Zoom Tool
                การย่อ-ขยายภาพ จะทำให้เราสามารถตกแต่งภาพได้ง่ายและมีความละเอียดมากขึ้น โดยที่เราสามารถขยายภาพและตกแต่งภาพได้จนถึงจุดที่เล็กที่สุดของภาพZoom Tool เป็นเครื่องมือหนึ่งที่อยู่ในToolbox ที่มีรูปร่างเหมือนแว่นขยาย ซึ่งเราจะใช้ Zoom Tool ในการย่อหรือขยายภาพ มีขั้นตอนการทำงานดังนี้ คือ
                1. Click mouse ที่ไอคอนแว่นขยายใน Toolbox


               
                2. เมื่อเลื่อนเม้าส์เข้าไปในบริเวณรูปภาพ ตัวชี้เม้าส์จะเปลี่ยนเป็นรูปแว่นขยายเมื่อต้องการขยายภาพเป็นบริเวณเจาะจงให้ Drag mouse ภาพบริเวณที่ต้องการดูเจาะจงเท่านั้น แล้วปล่อยเม้าส์ จะเห็นว่าภาพที่ขยายไม่ได้เป็นสัดส่วนเปอร์เซ็นต์เหมือนกับวิธีการที่ผ่านมา


ตอนที่ 3 การกำหนดมุมมองของภาพ โดยการใช้ Hand Tool เลื่อนดูภาพ
                เราจะใช้เครื่องมือ Hand Tool ในกรณีที่ภาพขนาดใหญ่ ไม่สามารถมองเห็นทุกส่วนของภาพได้ในหน้าจอเดียวกัน โดยที่เราจะใช้ Hand Tool เพื่อเลื่อนดูภาพในทุกจุดได้ภายในหน้าจอเดียวโดยไม่ต้องอาศัย Scrollbar อีกต่อไป ด้วยวิธีง่ายๆ คือการใช้ Hand Tool ที่อยู่บน Toolbox  ซึ่งมีขั้นตอนดังต่อไปนี้
                1. Click mouse ที่ไอคอนรูปมือ บน Toolbox จากนั้นเลื่อนเม้าส์ไปที่รูปภาพตัวชี้เม้าส์จะเปลี่ยนเป็นรูปมือบนภาพที่เรากำลังทำงาน


                2. Click mouse ค้างไว้และลากไปในทิศทางต่างๆที่ต้องการ
                3. ปรากฎรูป สังเกตว่าขณะที่เลื่อนภาพไปยังตำแหน่งต่างๆ เราสามารถดูตำแหน่งของภาพบนหน้าต่างเทียบกับภาพทั้งหมดได้จาก Navigator Palette เราสามารถเรียกดูได้โดยใช้คำสั่ง Window>Show Navigator จะปรากฎ Navigator Palette ขึ้น

บทที่ 3

การสร้างภาพในงานกราฟิก
การจัดแสง







องค์ประกอบในการออกแบบ
เส้น (Line)  -    รูปร่าง (Shape)
รูปทรง (Form)   -    ขนาด (Size) 
ทิศทาง (Direction)  -      พื้นที่ว่าง (Space)
ลักษณะพื้นผิว (Texture)  -      ค่าน้ำหนักของสี (Value)
สี (Color)   -      วรรณะของสี (Tone of Color)
หลักการออกแบบ
จังหวะ (Rhythm)  -      การแปรเปลี่ยน (Gradation)
ความกลมกลืน (Harmony)   -      การตัดกัน (Contrast)
สัดส่วน (Proportion)  -      ความสมดุล (Balance)
การเน้น (Emphasis)  -      เอกภาพ (Unity)
ตัวอักษรและตัวพิมพ์

บทที่ 2

กราฟิก  หมายถึง  การสื่อความหมายด้วยการใช้ศิลปะและศาสตร์ทางการใช้เส้น  ภาพวาด ภาพเขียน  แผนภาพ  ตลอดจนสัญลักษณ์  ทั้งสีและขาว - ดำ  ซึ่งมีลักษณะเห็นได้ชัดเจน  เข้าใจความหมายได้ทันที ตรงตามที่ผู้สื่อสารต้องการ
การเกิดภาพบนเครื่องคอมพิวเตอร์
 พิกเซล (Pixel)   = Picture กับคำว่า Element
จุดสี่เหลี่ยมเล็กๆ ที่รวมกันทำให้เกิดเป็นภาพขึ้น
 ความละเอียด ( Resolution )     =  หน่วยเป็นพีพีไอ ppi บอกถึงความละเอียดของภาพโดยมีย่อมาจาก (pixrls perimch) คือจำนวนจุดต่อนิ้ว (dpi : คือ dot per inch ) ภาพที่มีความละเอียดสูงหรือคุณภาพดีควรจะมีค่าความละเอียด 300x300ppi ขึ้นไป
การประมวลผลภาพคอมพิวเตอร์กราฟิก
Bitmap
1.   ลักษณะภาพประกอบขึ้นด้วยจุดต่างๆ มากมาย
2.  ภาพมีจำนวน pixels คงที่จึงต้องการค่าความละเอียดมากขึ้นเมื่อขยายภาพ โดยจะคำนวณค่าสี ทีละ pixels ทำให้ภาพแตกเมื่อขยายภาพให้ใหญ่
3.   เหมาะสำหรับงานกราฟิก ในแบบต้องการให้แสงเงาในรายละเอียด
4.   แสดงภาพบนจอทันที เมื่อรับคำสั่งย้ายข้อมูลจากหน่วยความจำที่เก็บภาพไปยังหน่วยความจำของจอภาพ
 Vector  
1. ใช้สมการทางคณิตศาสตร์เป็นตัวสร้างภาพ       โดยรวมเอา Object (เช่น วงกลม เส้นตรง) ต่างชนิดมาผสมกัน
2. สามารถย่อและขยายขนาดได้มากกว่า โดยสัดส่วนและลักษณะของภาพยังเหมือนเดิม ความละเอียดของภาพไม่เปลี่ยนแปลง
3. เหมาะสำหรับงานแบบวาง Layout งานพิมพ์ตัวอักษร Line Art หรือ Illustration
4.  คอมพิวเตอร์จะใช้เวลาในการแสดงภาพมากกว่า เนื่องจากต้องทำตามคำสั่งที่มีจำนวนมากกว่า
หลักการใช้สีและแสงในเครื่องคอมพิวเตอร์
สีในระบบ Additive ประกอบด้วยสีหลัก 3 สี (เช่นเดียวกับแม่สี) คือ สีแดง  (Red) สีเขียว(Green) และ สีน้ำเงิน (Blue) เรียกรวมกันว่า RGB ซึ่งมีรูปแบบการผสมสีของ RGB
อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่ใช้ในงานกราฟิก
1. เครื่อง Scanner
2. กล้องถ่ายภาพระบบดิจิตอล
3. เครื่องพิมพ์
4. กระดานกราฟิก ปากกา+
5. เครื่อง PC
6. พล็อตเตอร์