วันพุธที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

Control Panel Windows 7

Control Panel

control-panel
ข้ามมาที่ฟีเจอร์คู่บุญของวินโดวส์อย่าง Control Panel กันบ้าง ช่วงหลังๆ (ถ้าจำไม่ผิดตั้งแต่ XP) ไมโครซอฟท์หันมาเรียงตัวเลือกใน Control Panel ตามหมวดหมู่ ผลที่ตามมาคือ "หาอะไรไม่ค่อยเจอ" ซึ่ง Windows 7 ก็มีชะตากรรมไม่ต่างกันสักเท่าไร
control-panel-small-icon
หลายคนแก้ปัญหาโดยการปรับให้มันแสดงแบบไอคอน แต่หลังๆ นี่คงไม่ไหวแล้วมั้ง ตอนนี้ Control Panel ของ Windows 7 มีตัวเลือกเกือบ 50 อัน เรียงยังไงก็คงดูยาก
control-panel-search
ทางแก้คือ search มันเลยครับ เดี๋ยวนี้เขาพัฒนาแล้ว หาอะไรก็เจอ จากภาพจะเห็นว่าผลการค้นหาไม่ได้แสดงเฉพาะไอคอน แต่แสดงตัวเลือกที่อยู่ในไอคอนแต่ละอันของ Control Panel ให้ด้วย
ฟีเจอร์นี้คู่แข่งอย่าง Mac OS X ทำได้ใน 10.4 Tiger พร้อมกับฟีเจอร์ Spotlight ฝั่งวินโดวส์เริ่มทำได้ตอน Vista ตอนแรกยังไม่สมบูรณ์ทั้งคู่ (ค้นไม่ค่อยเจอ, ช้า) แต่ตอนนี้เข้าสู่สถานะที่ใช้งานได้จริงแล้ว
Control Panel ของ Windows 7 เพิ่มตัวเลือกใหม่ๆ ให้อีกหลายอัน เช่น Location and Other Sensors, Credential Manager, Biometric Devices ซึ่งผมคงไม่กล่าวถึงในรีวิวชุดนี้

UAC

ตอนนี้เราจะเริ่มลงลึกเข้ามายังตัวเลือกที่น่าสนใจบางอันใน Control Panel ซึ่งอย่างแรกคงไม่มีอื่นใดนอกจากฟีเจอร์ที่มีคนชังมากที่สุดของ Vista
UAC หรือ User Account Control เป็นฟีเจอร์ที่ถูกเพิ่มเข้ามาใน Vista เพื่อเพิ่มความปลอดภัยของระบบ การเปลี่ยนแปลงที่กระเทือนต่อระบบจะต้องได้รับการยืนยันอีกครั้งจากคนที่มีสิทธิ์ดูแลระบบเสียก่อน (การยืนยันปกติก็ใช้ปุ่ม OK เท่านั้น) ไมโครซอฟท์ยังเพิ่มความปลอดภัยอีกชั้นโดยปรับหน้าจอเป็นสีดำ แล้วอนุญาตให้หน้าต่าง UAC เท่านั้นที่ทำงานได้ (ป้องกันโปรแกรม malware มาแอบคลิก)
ความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้นต้องแลกกับความสะดวกที่ลดลง หลังจากมี UAC ทำให้การติดตั้งโปรแกรมหรือปรับแต่งค่าต่างๆ มีขั้นตอนเพิ่มมาอีกขั้น ผู้ที่คุ้นเคยกับวินโดวส์รุ่นก่อนๆ จึงรู้สึกรำคาญ UAC และกลายเป็นความเกลียดไปในที่สุด หลายคนถึงกับปิด UAC ใน Vista ทิ้งไปเลย
โดยส่วนตัวผมไม่มีปัญหาอะไรกับแนวคิดแบบ UAC เพราะเป็นแนวคิดที่มีบนลินุกซ์และแมคมานานแล้ว และสุดท้ายถ้าเรายังยึดแนวทางการออกแบบระบบปฏิบัติการที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน ก็คงไม่มีทางเลือกอื่นนอกเหนือไปจาก UAC (หรือเราจะกลับไปใช้วินโดวส์จอฟ้า ความปลอดภัยต่ำกันอีก?)
อย่างไรก็ตาม ไมโครซอฟท์ก็รับฟังปัญหาจากผู้ใช้ (ไม่ฟังก็คงจะยากเพราะ UAC เป็น "คำบ่น" อันดับต้นๆ ของ Vista) และปรับปรุงให้ UAC น่ารำคาญน้อยลง อันไหนไม่จำเป็นจริงๆ ก็ไม่ต้องมี ผมคงไม่ลงรายละเอียด แต่ถ้าใครสนใจเรื่อง UAC ของ Windows 7 อ่านได้จากบล็อก Engineering Windows 7 สามตอน: User Account Control, UAC Feedback and Follow-Up และ Update on UAC
uac
ส่วนของการตั้งค่า UAC ใน Control Panel ถูกปรับลดลงมาให้เรียบง่าย เหลือเพียง 4 ระดับ
  • Always notify - ขึ้นเตือนเมื่อติดตั้งโปรแกรม และปรับแต่ง Windows
  • Default - ขึ้นเตือนเฉพาะติดตั้งโปรแกรม ปรับแต่งไม่เตือน
  • Default, not dim - เหมือนอันที่สอง แต่ไม่ต้องทำหน้าจอดำและบังคับคลิกเฉพาะ UAC
  • Never notify - ปิด UAC ทิ้งไปเลย
หน้าจอตัวเลือก UAC แบบนี้เข้าใจง่ายและไม่ซับซ้อน อย่างไรก็ตามมีคนพบช่องโหว่ด้านความปลอดภัยของหน้าจอแบบนี้ ปฏิกิริยาจากไมโครซอฟท์คือยังจะคงหน้าจอแบบนี้ไว้ ซึ่งก่อให้เกิดการถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง (รายละเอียดอ่านได้ใน Ars Technica)
บทความเรื่อง UAC อีกอันที่น่าสนใจคือของ Neowin

ClearType Text Tuner

ClearType เป็นเทคโนโลยีการแสดงผลฟอนต์บนจอ LCD ที่บิล เกตส์ เป็นคนเปิดตัวด้วยตัวเองตั้งแต่ปี 1998 มันถูกใช้ครั้งแรกใน Windows XP แต่ปิดไว้เป็น default จนกระทั่ง Vista ออกถึงได้เปิดใช้เป็น default
cleartype-compare
จากภาพเป็นหน้าจอเปรียบเทียบเวลาใช้ ClearType (บน) กับไม่ใช้ (ล่าง) แบบใช้แล้วดูดีกว่าเห็นๆ แต่ก็เป็นไปได้ว่ามีคนไม่ชอบ ใน Windows 7 ได้เพิ่ม ClearType Text Tuner เข้ามาให้ใน Control Panel ใครสนใจก็ไปลองเล่นกันเองได้
อ่านเรื่อง ClearType ใน Windows 7 เพิ่มได้จาก Engineering Changes to ClearType in Windows 7

Windows Features

อันนี้เป็นจุดเปลี่ยนเล็กๆ ของ Windows 7 ครับ หลายๆ คนน่าจะจำหน้าจอ Add/Remove Programs ได้ว่ามันจะมีหน้าจอย่อยสำหรับปรับแต่งองค์ประกอบของวินโดวส์ (เช่น เกม หรือ Accessories) ใน Vista มันถูกเปลี่ยนชื่อเป็น Windows Features แต่หน้าที่ยังเหมือนเดิม
windows-feature
ใน Windows 7 หน้าจอนี้ยังคงเหมือนเดิม สิ่งที่เพิ่มเข้ามาคือเราสามารถ "ปิด" ส่วนประกอบของวินโดวส์ได้มากขึ้น ข้อมูลจาก Engineering Windows 7 บอกว่าของใหม่ที่สามารถ "ปิด" ได้มีดังนี้
  • Windows Media Player
  • Windows Media Center
  • Windows DVD Maker
  • Internet Explorer 8
  • Windows Search
  • Handwriting Recognition (through the Tablet PC Components option)
  • Windows Gadget Platform
  • Fax and Scan
  • XPS Viewer and Services (including the Virtual Print Driver)
ใช่ครับ เราสามารถ "ปิด" IE8 ออกไปจาก Windows 7 ได้แล้ว (ผมไม่ได้ลองปิด ไม่รู้ว่าจะเป็นยังไงเหมือนกันแฮะ)

Windows Action Center

ฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยชิ้นสำคัญที่ถูกใส่เข้ามาใน Windows XP SP2 (ซึ่งถือเป็นวินโดวส์ที่ "ปลอดภัยพอ" รุ่นแรก) คือ Windows Security Center ซึ่งหน้าที่หลักๆ ของมันคือ บอกว่าเราไม่ได้ลงแอนตี้ไวรัส ช่วยเราควบคุม Windows Firewall และ Windows Update
พอมาถึง Vista ไมโครซอฟท์ปรับโฉมหน้าตาให้มันเป็น Aero และเพิ่มฟีเจอร์ด้านป้องกันมัลแวร์เข้ามาให้ (รวมเข้ามาจาก Windows Defender) แต่แนวคิดหลักไม่มีอะไรเปลี่ยน
ใน Windows 7 ไมโครซอฟท์ขยายขอบเขตความรับผิดชอบของมันออกไป จากที่เคยดูแลเฉพาะด้านความปลอดภัย ก็รวมเรื่องการแก้ปัญหาทางเทคนิคอื่นๆ ของคอมพิวเตอร์ เช่น ไดรเวอร์ของฮาร์ดแวร์ และการแบ็คอัพ เข้ามาด้วย ชื่อของมันเลยเปลี่ยนเป็น Windows Action Center
action-center-icon
ไอคอนของ Windows Action Center เป็นรูปธงสีขาว ถ้ามีปัญหาเกิดขึ้นในระบบจะแสดงรูปกากบาทสีแดงประกอบให้เห็น
windows-action-center
เมื่อคลิกที่ไอคอนจะแสดงหน้าต่างของ Windows Action Center ดังภาพ จะเห็นว่ามันถูกแบ่งเป็นส่วน Security กับ Maintenance และใช้โค้ดสีบ่งบอกถึงความร้ายแรงของปัญหา
คำเตือนให้ลงโปรแกรมแอนตี้ไวรัสยังมีอยู่เช่นเดิม (เมื่อกดปุ่มแล้วจะเข้าไปยังหน้า Windows 7 consumer security software providers) ส่วนคำเตือนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับฮาร์ดแวร์ มักเป็นเรื่องไดรเวอร์ ซึ่งมันจะขึ้นเตือนเวลามีฮาร์ดแวร์ใหม่แต่หาไดรเวอร์ไม่พบ หรือพบไดรเวอร์เวอร์ชันใหม่ (เรื่องไดรเวอร์และฮาร์ดแวร์ ผมจะเขียนถึงในตอนถัดๆ ไป) ไมโครซอฟท์เลือกใช้คำว่า "solution" สำหรับข้อความชนิดนี้
action-center-msg
ภาพข้างบนเป็นตัวอย่างข้อความใน Action Center กรณีของผมเป็นข้อความเตือนว่ามีไดรเวอร์สำหรับระบบจัดการพลังงานของ Lenovo ซึ่งกดที่ลิงก์แล้วจะดาวน์โหลดไฟล์ได้ทันที
โดยสรุปแล้ว Windows Action Center ถือเป็นพัฒนาการที่ดี แต่ความรู้สึกในการใช้งานจริงคงไม่ต่างไปจาก Windows Security Center ที่มีอยู่เดิมสักเท่าไร

Win+P

ฟีเจอร์เล็กๆ แต่เป็นหนึ่งใน "killer feature" ของ Windows 7 เลยครับ เมื่อกดปุ่ม Win+P จะเห็นตัวเลือกสำหรับต่อจอนอกหรือโปรเจคเตอร์ มีให้เลือก 4 แบบ ดูภาพประกอบกันเอง
projector
จากนี้ไปไม่ต้องสนใจแล้วว่าจะต้องกด Fn+F4, Fn+F5 หรือปุ่มพิสดารอื่นๆ ถ้าเครื่องนั้นเป็น Windows 7 ก็จำปุ่ม Win+P ปุ่มเดียวพอ

BitLocker to Go

หมายเหตุ: ฟีเจอร์นี้มีใน Windows 7 Enterprise ขึ้นไปเท่านั้น
ใน Vista รุ่น Enterprise ขึ้นไป มีฟีเจอร์อันหนึ่งที่คนไม่ค่อยพูดถึงกัน นั่นคือ BitLocker หรือการเข้ารหัสไดร์ว สาเหตุอาจเป็นเพราะ BitLocker มีข้อจำกัดเยอะ ใน Vista รุ่น RTM สามารถเข้ารหัสได้เฉพาะไดร์วที่ลงวินโดวส์เอาไว้เท่านั้น พอใน Vista SP1 ถึงเพิ่มความสามารถในการเข้ารหัสไดร์วอื่นๆ ได้ด้วย แต่ก็ยังจำกัดว่าต้องเป็นฮาร์ดดิสก์อยู่ดี
ใน Windows 7 ฟีเจอร์ BitLocker ก็ยังอยู่เหมือนเดิมไม่หายไปไหน แต่ไมโครซอฟท์ได้ขยับขยายฟีเจอร์ BitLocker ไปยัง USB drive (จะเรียกว่า "แฟลชไดร์ว" หรือ"ธัมบ์ไดร์ว" ก็แล้วแต่ถนัด) ซึ่งมีประโยชน์กว่ากันเยอะ ฟีเจอร์นี้มีชื่อเรียกว่า BitLocker to Go
จุดประสงค์การใช้งานก็ตรงไปตรงมาครับ เข้ารหัส USB drive เพื่อรักษาความลับของข้อมูลในกรณีที่อาจทำหาย (เผื่อจะมีเอกสารลับด้านความมั่นคงของชาติหรือคลิปลับอยู่ในนั้น)
ขั้นตอนการใช้งานก็ไม่ยุ่งยาก เสียบ USB drive เข้ากับเครื่อง คลิกขวาที่ไดร์วแล้วเลือก BitLocker to Go
bitlocker-togo
ถ้าเป็นครั้งแรกที่ใช้ BitLocker to Go จะพบกับหน้าจอข้างต้น เราต้องระบุว่าจะใช้วิธีตรวจสอบตัวตนอย่างไร ผมเชื่อว่าคงไม่มีใครใช้ smart card ก็เลือกเป็นรหัสผ่านไปตามปกติ
ถ้าเลือกรหัสผ่าน BitLocker จะสร้าง recovery key ขึ้นมาให้เราหนึ่งชุด (เป็น .txt ธรรมดา ในนั้นมี key และคำอธิบายอยู่) เราต้องเลือกเซฟหรือพิมพ์เก็บไว้เสียก่อน BitLocker จึงจะอนุญาตให้เราเดินหน้าต่อไป
bitlocker-togo-encrypt
ขั้นถัดไป ปล่อยให้ BitLocker เข้ารหัสไดร์วสักครู่
bitlocker-togo-icon
จากนั้นเวลาเอา USB drive ไปเสียบ ก็จะเห็นไอคอนกุญแจดังภาพ (ซ้ายคือยังไม่ได้ปลดล็อค ขวาคือปลดล็อคแล้ว)
bitlocker-togo-passwd
ถ้าเอาไปเสียบกับ Windows 7 (ไม่ว่าเครื่องไหน) จะเห็นหน้าต่างถามรหัสผ่านเพื่อใช้งาน และมีตัวเลือกให้จำเครื่องที่ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน
bitlocker-togo-manage
บน Windows 7 เรายังสามารถบริหารจัดการ BitLocker ได้ เช่น เปลี่ยนรหัสผ่าน, เลิกใช้งาน ฯลฯ
bitlocker on windows xp
หลายคนอาจมีคำถามว่ามันเอาไปใช้บน Vista หรือ XP ได้หรือไม่ คำตอบคือใช้ได้ครับ แต่จะเป็น read-only เพราะเอาไปเสียบแล้วเราจะต้องใส่รหัสผ่านเพื่อเข้าโปรแกรม BitLocker to Go Reader (ผมไม่ได้ลองกับวินโดวส์รุ่นต่ำกว่านี้ แต่คาดว่าใช้ได้)
bitlocker on Mac
แต่ถ้าต้องการเอาไปใช้บนแมคหรือลินุกซ์ก็จอดทันที เราจะเห็นเฉพาะไฟล์ของ BitLocker to Go Reader ที่ไม่ถูกเข้ารหัสเอาไว้เท่านั้น เท่าที่ทดสอบ ไฟล์ส่วนของ BitLocker to Go กินเนื้อที่ประมาณ 5MB ครับ
ตอนนี้คงไม่ต้องสรุปอะไรเพราะเจาะลึกลงไปในฟีเจอร์แต่ละตัว ตอนหน้ามาต่อกันด้วยเรื่องของฮาร์ดแวร์

 

วันพฤหัสบดีที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2555

เทคนิคการปรับแต่ง Windows 10 ประการ Windows 7

window-7-thumb

Window 7

Window 7 ระบบปฏิบัติการใหม่ของ Microsoft ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วจากผู้ใช้งานทั้งหลาย แต่ว่าก็มีปัญหาอยู่อย่างหนึ่งที่ผู้ใช้หลายๆ คนเจอปัญหา นั่นก็คือการทำงานที่ช้าของ window 7 วันนี้เลยมีวิธีในการปรับแต่ง window 7 ให้เร็วขึ้นโดยที่ไม่ต้องไปเพิ่ม RAM หรือ upgrade CPU มาฝาก
ขั้นแรกในการปรับแต่งความเร็วของ Window 7 คือการจัดการกับ startup ให้มีจำนวนของ program เท่ากับที่จำเป็นหรือมีแค่ program ที่เราต้องการเท่านั้น เพื่อไม่ต้องให้ window 7 ไปเสียเวลาเรียก program ที่เราไม่ได้ใช้ขึ้นมา ทำได้โดย
  • พิมพ์ “msconfig” ลงในช่อง Search ของ Start Menu แล้วกด enter เพื่อเข้าไปจัดการกับ system configuration
  • จากนั้นไปที่ tab “Startup” แล้วทำการ disable program ที่เราไม่ต้องการให้ถูกเรียกใช้งานตอนที่ทำการ boot window 7 ขึ้นมา
  • ข้อควรระวังคือทำการ disable เฉพาะ program ที่เรารู้จักและแน่ใจจริงๆ ว่าไม่ต้องการใช้งาน เพื่อป้องกันไม่ให้ window 7 ทำงานผิดพลาด
System Configuration
ขั้นที่สอง เพิ่มความเร็วในการ Boot ของ window 7 ทำได้โดย
  • พิมพ์ “msconfig” ลงในช่อง Search ของ Start Menu แล้วกด enter เพื่อเข้าไปจัดการกับ system configuration
  • จากนั้นไปที่ tab “Boot” แล้วเลือก “Advance Options” เพื่อทำการตั้งค่าของ “Number of processor”
ขั้นที่สาม ลดเวลาในการ Shut down ของ window 7 ทำได้โดย
  • พิมพ์ “regedit” ลงในช่อง Search ของ Start Menu แล้วกด enter เพื่อเข้าไปแก้ไข registry ของ window 7
  • Registry Editor จะเปิดขึ้นมาจากนั้น จากนั้นเลือกไปที่ “HKEY_LOCAL_MACHINE/SYSTEM/CurrentControlSet/Control”
  • คลิ้กขวาที่ “WaitToKillServiceTimeOut” เพื่อเปลี่ยนค่าของเวลา แล้วทำการตั้งค่าเป็นตัวเลขที่น้อยลง โดยปกติอยู่ระหว่าง 2000 – 20000 หรือ 2 – 20 วินาที
Registry Editor
ขั้นที่สี่ เพื่อป้องกันการทำงานช้าของ Window 7 เราควรหลีกเลี่ยงการใช้งานของ Aero Theme เพราะ feature นี้ใช้ resource ของ window 7 และใช้ CPU มาก ทำได้โดย
  • คลิ้กขวาที่ desktop ของ window 7 แล้วเลือก “Personalize”
  • จากนั้นเลือกไปที่ tab “Window Color” แล้วทำการ uncheck “Enable Transparency”
  • จากนั้นเลือกไปที่ “Open classic appearance properties for more color options” แล้วเลือก Basic Theme
ขั้นตอนที่ห้า ก็คือทำความสะอาด Window 7 หรือเรียกอีกอย่างว่าจัดการกับขยะที่สะสมอยู่ใน window 7 หลังจากการใช้งานไปซักพักอยู่เสมอๆ เพื่อช่วยลดระยะเวลาในการหาและเข้าถึงข้อมูลของ hard disk ทำได้โดย
  • ลบ file จาก Temp Directory โดยพิมพ์ %temp% ในช่อง Search ของ Start Menu แล้วกด Enter จากนั้นทำการลบ file ที่อยู่ใน folder
  • ลบ file จาก Software Distribution โดยเปิดหน้าต่าง Windows Explorer แล้วพิมพ์ C:\Windows\SoftwareDistribution\Download ลงไปใน Address Bar แล้วกด Enter จากนั้นทำการลบ file ที่อยู่ใน folder
  • ลบ file จาก Internet Cache Files ลบได้จากเมนูใน browse ที่เราใช้
  • ลบ file จาก Window TEMP Directory โดยพิมพ์ C:\Windows\Temp ในช่อง Search ของ Start Menu แล้วกด Enter จากนั้นทำการลบ file ที่อยู่ใน folder
ลบ file จาก Recycle Bin สำหรับอันนี้ทุกคนคงทำเป็นแค่คลิกขวาที่ Recycle bin แล้วเลือกคำสั่ง Empty Recycle Bin ง่ายๆ แต่สำคัญเพราะ file ทั้งหมดที่ถูกลบจากขั้นตอนด้านบนจะมาอยู่ที่ Recycle Bin นี่จนกว่าเราจะทำการลบ file ทั้งหมดในนี้


ปรับแต่ง Windows 7 ให้เบาเครื่องวิ่งฉิ่วดังใจ (ตอนที่ 1)

ถ้าหากการใช้งาน Windows 7 ของท่านเป็นไปได้อย่างล่าช้า ไม่ว่าจะเปิดโปรแกรมหรือเรียกใช้งานแท็บเมนูต่างๆไม่ว่องไวเท่าที่ควร หรือปกติก็ทำงานได้รวดเร็วอยู่แล้ว แต่อยากให้รวดเร็วยิ่งกว่าเดิมก็สามารถทำได้ เรามาทำการปรับแต่งเพื่อเพิ่มความเร็วให้กับการทำงานของ Windows 7 ให้เป็นไปได้อย่างรวดเร็วกันดีกว่าครับ แต่ยังคงไว้ซึ่งการทำงานของ Aero Peek ไว้เหมือนเดิม โดยการปิดฟังก์ชันบางส่วนที่ไม่ค่อยจำเป็นทิ้งไป ส่วนฟังก์ชันที่ว่าต้องปิดนั้นจะมีอะไรบ้าง เรามาดูกัน
?
1. ปรับแต่งการทำงานในส่วนของ Advanced ของ System Properties
?
โดยคลิก Start -> คลิกขวาที่ไอคอน Computer -> เลือก Properties
?
หรือจะเปิดหน้าต่าง System Properties
?
โดยคลิก Start -> ที่ช่อง Search programs and files พิมพ์ sysdm.cpl แล้ว Enter
?
คลิกแท็บ Advanced -> หัวข้อ Performance -> Settings…
?
2694 01 ปรับแต่ง Windows 7 ของคุณให้ทำงานได้แบบ Super Fast!
?
ที่หัวข้อ Visual Effects เลือก Custom: แล้วเลือกปิดหัวข้อที่ไม่จำเป็น และเปิดหัวข้อที่สำคัญบางส่วนเอาไว้เช่น Aero Peek, Desktop, Thumbnails, Drop shadows หรือจะเลือกตามรูปก็ได้ครับ
?
ในที่นี้ผมจะเปิดไว้โดยใส่เครื่องหมายถูกไว้เฉพาะหัวข้อที่สำคัญเช่น
?
2694 02 ปรับแต่ง Windows 7 ของคุณให้ทำงานได้แบบ Super Fast!
?
2694 03 ปรับแต่ง Windows 7 ของคุณให้ทำงานได้แบบ Super Fast!
?
เสร็จแล้วกด Apply -> OK
?
2. ปรับแต่งการทำงานในส่วนของ Folder Options โดยปิดการทำงาน (เอาเครื่องหมายถูกออก) หัวข้อ
?
+ Display file size information in folder tips
?
+ Hide extensions for known file types
?
+ Show encrypted or compressed NTFS files in color
?
+ Show pop-up description for folder and desktop items
?
2694 04 ปรับแต่ง Windows 7 ของคุณให้ทำงานได้แบบ Super Fast!
?
3. ปิดการทำงานในส่วนของ System Configuration โดยเอาหัวข้อ Startup Item ที่ไม่จำเป็นออก
?
โดยคลิก Start -> ที่ช่อง Search programs and files พิมพ์ msconfig -> Enter
?
แล้วเอาเครื่องหมายถูกหน้า Startup Item ที่ไม่จำเป็นออก
?
2694 05 ปรับแต่ง Windows 7 ของคุณให้ทำงานได้แบบ Super Fast!
?
เสร็จแล้วกด Apply -> OK
?
4. ปิดการทำงานในส่วนของ Services ที่ไม่จำเป็นออก
?
2694 06 ปรับแต่ง Windows 7 ของคุณให้ทำงานได้แบบ Super Fast!
?
โดยคลิก Start -> ที่ช่อง Search programs and files พิมพ์ Services.msc -> Enter
?
แล้วปิดการทำงานของเซอร์วิสเช่น
?
Print Spooler เลือก Disabled ในกรณีที่ท่านไม่มีหรือไม่ได้ต่อพริ๊นเตอร์ไว้ใช้งาน
?
Remote Registry เลือก Manual
?
Task Scheduler เลือก Disabled ในกรณีที่ไม่ได้ใช้ปฏิทินนัดหมายของวินโดวส์
?
Windows Error Reporting Service เลือก Disabled ในกรณีที่ไม่ต้องการให้วินโดวส์ส่งข้อผิดพลาดในการทำงานกลับไปหาไมโครซอฟต์
?
Windows Update เลือก Disabled ในกรณีที่วินโดวส์ไม่ใช่ลิขสิทธิ์หรือไม่ต้องการอัพเดตโปรแกรมใหม่ๆกับทางไมโครซอฟต์ แต่ถ้าท่านใช้วินโดวส์ลิขสิทธิ์ หัวข้อนี้แนะนำว่าไม่ควรปิดนะครับ
?
และหัวข้ออื่นๆอาจจะต้องลองศึกษาให้แน่ใจก่อนว่า ถ้าหากมีการปิดการทำงานไปแล้ว จะมีผลเสียอะไรเกิดขึ้นกับวินโดวส์ของเราหรือไม่
?
2694 07 ปรับแต่ง Windows 7 ของคุณให้ทำงานได้แบบ Super Fast!
?
สำหรับการปิดการทำงานของเซอร์วิสก็เพียงแค่ดับเบิลคลิกเซอร์วิสที่ต้องการ แล้วเลือก
?
ที่หัวข้อ Startup type: เป็น Disabled
?
ที่หัวข้อ Service status: เป็น Stop
?
เมื่อปรับแต่งค่าต่างๆเสร็จเรียบร้อยแล้ว ลองสังเกตดูว่าหลังการปรับแต่งการใช้งานต่างๆในวินโดวส์เร็วขึ้นกว่าที่เคยเป็นเยอะเลยนะครับผม
?
สวัสดีครับ


Windows 7 ด้วยพื้นฐานจะเป็น Windows ที่จัดว่าสวยงาม ทำงานได้รวดเร็ว เรียกว่าเป็น Windows ที่น่าใช้กว่า Windows อื่นๆ ที่ผ่านมา แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกับ Windows อื่นๆ คือเมื่อเริ่มใช้มันก็เร็วทันใจ แต่เมื่อใช้ไปนานๆเข้า ทั้งการติดตั้งโปรแกรม การ Uninstall โปรแกรมบ่อยครั้ง การเล่นอินเตอร์เน็ต และอีกหลายๆ อย่าง ก็จะเป็นตัวทำให้ Windows ของคุณ เริ่มทำงานอึดขึ้น ช้าไม่ทันใจมันหน่วงๆ เครื่อง ทิปนี้จะมาแนะนำการกำจัดสิ่งที่ทำให้ Windows 7 ของคุณทำงานช้า ให้มาทำงานรวดเร็ว เหมื่อนเดิม เมื่อติดตั้งใหม่ๆ โดยที่ไม่ต้องไปติดตั้งโปรแกรมประเภทยูทิลิตี้อื่นๆ มาช่วยให้หนักเครื่องเข้าไปอีก
ทิปที่จะมาแนะนำคุณๆ ในที่นี่ผมจะแบ่งเป็นตอนๆ ทั้งหมด 3 ตอน มาเริ่มตอนที่แรกเลยครับ
1. เพิ่มความเร็วใน การเปิดและปิดเครื่อง
การลบ Prefetch Cache
การปรับแต่งขั้นตอนบูตของวินโดวส์จะช่วยให้วินโดวส์เริ่มต้นทำงานเร็วขึ้น Prefetch Cache ที่เก็บไว้ที่ วินโดวส์เรียกมาใช้ ตอนบูตและตอนทำงานปกติ แต่เมื่อใช้ไปนานๆ เข้าเจ้าแคชที่ว่านี้ก็ขยายใหญ่ขึ้น ทำให้วินโดวส์อ่านไฟล์แคชนี้นานขึ้น ฉะนั้นผมแนะนำให้เข้าไปลบข้อมูลในโฟลเดอร์นี้เป็นประจำเดือนละ 1-2 ครั้ง เพื่อให่วินโดวส์ทำงานได้เร็วขึ้น ส่วนวิธีการเข้าถึงก็ไม่ยาก
ให้พิมพ์ c:\windows\prefetch ลงในช่อง Search ของ Start Menu แล้วกดคีย์ Enter ตัว Windows Explorer ก็จะเปิดมาที่โฟลเดอร์ Prefetch ให้กดคีย์ Ctrl+A เลือกไฟล์ทั้งหมดแล้วกด Delete เพื่อลบไฟล์ คุณไม่ต้องกังวลว่าจะมีผลกระทบต่อการทำงานของเครื่อง


Windows 7 ด้วยพื้นฐานจะเป็น Windows ที่จัดว่าสวยงาม ทำงานได้รวดเร็ว เรียกว่าเป็น Windows ที่น่าใช้กว่า Windows อื่นๆ ที่ผ่านมา แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกับ Windows อื่นๆ คือเมื่อเริ่มใช้มันก็เร็วทันใจ แต่เมื่อใช้ไปนานๆเข้า ทั้งการติดตั้งโปรแกรม การ Uninstall โปรแกรมบ่อยครั้ง การเล่นอินเตอร์เน็ต และอีกหลายๆ อย่าง ก็จะเป็นตัวทำให้ Windows ของคุณ เริ่มทำงานอึดขึ้น ช้าไม่ทันใจมันหน่วงๆ เครื่อง ทิปนี้จะมาแนะนำการกำจัดสิ่งที่ทำให้ Windows 7 ของคุณทำงานช้า ให้มาทำงานรวดเร็ว เหมื่อนเดิม เมื่อติดตั้งใหม่ๆ โดยที่ไม่ต้องไปติดตั้งโปรแกรมประเภทยูทิลิตี้อื่นๆ มาช่วยให้หนักเครื่องเข้าไปอีก
ทิปที่จะมาแนะนำคุณๆ ในที่นี่ผมจะแบ่งเป็นตอนๆ ทั้งหมด 3 ตอน มาเริ่มตอนที่แรกเลยครับ
1. เพิ่มความเร็วใน การเปิดและปิดเครื่อง
การลบ Prefetch Cache
การปรับแต่งขั้นตอนบูตของวินโดวส์จะช่วยให้วินโดวส์เริ่มต้นทำงานเร็วขึ้น Prefetch Cache ที่เก็บไว้ที่ วินโดวส์เรียกมาใช้ ตอนบูตและตอนทำงานปกติ แต่เมื่อใช้ไปนานๆ เข้าเจ้าแคชที่ว่านี้ก็ขยายใหญ่ขึ้น ทำให้วินโดวส์อ่านไฟล์แคชนี้นานขึ้น ฉะนั้นผมแนะนำให้เข้าไปลบข้อมูลในโฟลเดอร์นี้เป็นประจำเดือนละ 1-2 ครั้ง เพื่อให่วินโดวส์ทำงานได้เร็วขึ้น ส่วนวิธีการเข้าถึงก็ไม่ยาก
ให้พิมพ์ c:\windows\prefetch ลงในช่อง Search ของ Start Menu แล้วกดคีย์ Enter ตัว Windows Explorer ก็จะเปิดมาที่โฟลเดอร์ Prefetch ให้กดคีย์ Ctrl+A เลือกไฟล์ทั้งหมดแล้วกด Delete เพื่อลบไฟล์ คุณไม่ต้องกังวลว่าจะมีผลกระทบต่อการทำงานของเครื่อง


ปรับแต่ง Windows 7 ให้เบาเครื่องวิ่งฉิ่วดังใจ (ตอนที่ 1)



Windows 7 ด้วยพื้นฐานจะเป็น Windows ที่จัดว่าสวยงาม ทำงานได้รวดเร็ว เรียกว่าเป็น Windows ที่น่าใช้กว่า Windows อื่นๆ ที่ผ่านมา แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกับ Windows อื่นๆ คือเมื่อเริ่มใช้มันก็เร็วทันใจ แต่เมื่อใช้ไปนานๆเข้า ทั้งการติดตั้งโปรแกรม การ Uninstall โปรแกรมบ่อยครั้ง การเล่นอินเตอร์เน็ต และอีกหลายๆ อย่าง ก็จะเป็นตัวทำให้ Windows ของคุณ เริ่มทำงานอึดขึ้น ช้าไม่ทันใจมันหน่วงๆ เครื่อง ทิปนี้จะมาแนะนำการกำจัดสิ่งที่ทำให้ Windows 7 ของคุณทำงานช้า ให้มาทำงานรวดเร็ว เหมื่อนเดิม เมื่อติดตั้งใหม่ๆ โดยที่ไม่ต้องไปติดตั้งโปรแกรมประเภทยูทิลิตี้อื่นๆ มาช่วยให้หนักเครื่องเข้าไปอีก
ทิปที่จะมาแนะนำคุณๆ ในที่นี่ผมจะแบ่งเป็นตอนๆ ทั้งหมด 3 ตอน มาเริ่มตอนที่แรกเลยครับ
1. เพิ่มความเร็วใน การเปิดและปิดเครื่อง
การลบ Prefetch Cache
การปรับแต่งขั้นตอนบูตของวินโดวส์จะช่วยให้วินโดวส์เริ่มต้นทำงานเร็วขึ้น Prefetch Cache ที่เก็บไว้ที่ วินโดวส์เรียกมาใช้ ตอนบูตและตอนทำงานปกติ แต่เมื่อใช้ไปนานๆ เข้าเจ้าแคชที่ว่านี้ก็ขยายใหญ่ขึ้น ทำให้วินโดวส์อ่านไฟล์แคชนี้นานขึ้น ฉะนั้นผมแนะนำให้เข้าไปลบข้อมูลในโฟลเดอร์นี้เป็นประจำเดือนละ 1-2 ครั้ง เพื่อให่วินโดวส์ทำงานได้เร็วขึ้น ส่วนวิธีการเข้าถึงก็ไม่ยาก
ให้พิมพ์ c:\windows\prefetch ลงในช่อง Search ของ Start Menu แล้วกดคีย์ Enter ตัว Windows Explorer ก็จะเปิดมาที่โฟลเดอร์ Prefetch ให้กดคีย์ Ctrl+A เลือกไฟล์ทั้งหมดแล้วกด Delete เพื่อลบไฟล์ คุณไม่ต้องกังวลว่าจะมีผลกระทบต่อการทำงานของเครื่อง
image
ควบคุมการใช้ Prefetch ให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด
จากการที่แนะให้ลบ Prefetch Cache นั้น เรายังสามารถควบคุมการใช้ Prefetch Cache ให้ได้ประสิทธิภาพได้อีก โดยใช้วิธีตั้งค่าที่ Registry
  1. ให้พิมพ์ regedit ลงในช่อง Search ของ Start Menu แล้วกดคีย์ Enter เพื่อเปิด Registry Editor ขึ้นมาทำงาน
  2. ไปตามคีย์ย่อยในหน้าต่างด้านซ้ายมือ HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Control\Session Manager\Memory Management\PrefetchParameters
  3. ให้ดูที่หน้าต่างด้านขวามือหาคีย์ EnablePrefetcher ซึ่งเป็นตัวบอกสถานภาพการทำงานของ Prefetch Cache คุณสามารถเปลี่ยนค่าให้เหมาะสมกับเครื่องได้โดยดับเบิลคลิกที่คีย์นี้ จะมีหน้าต่าง Edit DWARD Value ให้คุณใส่ตัวเลขที่ช่อง Value data: ซึ่งค่าตัวเลขนี้เป็นตัวกำหนดการทำงานของ Prefetch ส่วนความหมายของตัวเลขต่างๆ คือ
0- ยกเลิกการทำงาน
1- สำหรับการทำงานโปรแกรมต่างๆของวินโดวส์เท่านั้น
2- สำหรับการ Boot เท่านั้น
3- สำหรับการทำงานโปรแกรมต่างๆของวินโดวส์และการ Boot (แนะนำค่านี้เพื่อให้ระบบทำงานแบบประสิทธิภาพที่ดี)
image
Defragment Boot File
นอกจากการปรับแต่ง Prefetch แล้วคุณสามารถเพิ่มความเร็วในการบูตเครื่องได้อีกวิธีหนึ่ง คือการ Defragment Boot file หรือการจัดระเบียบข้อมูลสำหรับการบูต วิธีทำง่ายๆ ครับ
  1. ให้พิมพ์ cmd ลงในช่อง Search ของ Start Menu แล้วกดคีย์ Ctrl + Shift + Enter เพื่อเปิดหน้าต่าง Command Line ในสิทธิ Administrator
  2. พิมพ์คำสั่ง defrag -b %SystemDrive% แล้วกดคีย์ Enter… Windows 7 จะทำการ Defragment เมื่อทำเสร็จแล้ว เวลาบูตเครื่องจะช่วยลดระยะเวลาบูตให้น้อยลง เนื่องด้วยไฟล์ระบบได้จัดการเรียงตัวกันอย่างต่อเนื่อง
image


ลดโปรแกรมในกลุ่ม Auto Start
คุณที่ใช้วินโดวส์จะอยู่จักTaskbar ที่อยู่บริเวณถัดจากตัวเลขบอกเวลามุมขวาของจอ จะเป็นที่รวมตัวของไอคอนต่างๆของโปรแกรมที่กำลังทำงานอยู่โดยวินโดวส์จะเรียกพวกมันขึ้นมาโดยอัตโนมัติในระหว่างบูตเครื่อง มีโปรแกรมจำนวนมากยกตัวอย่าง เช่น QuickTime, Real Player, PowerDVD เป็นต้น การมีไอคอนอยู่ใน Taskbar มากๆ ไม่ได้ทำให้ดูเท่ดูดีเลย มันดูรกตาแล้ว ยังไปกินหน่วยความจำในเครื่องอีก ผมขอแนะนำให้คุณลองตรวจสอบโปรแกรมเหล่านี้ ว่ามีความจำเป็นแค่ไหน ถ้าไม่จำเป็นก็เอามันออกไปบ้างครับ วิธีการก็ตามนี้
  1. พิมพ์ msconfig ลงในช่อง Search ของ Start Menu แล้วกดคีย์ Enter
  2. ที่หน้าต่าง System Configuration ให้ไปที่แท็บ Startup ซึ่งจะมีรายชื่อโปรแกรมที่ถูกเรียกมาพร้อมกับวินโดวส์อยู่ วิธีปิดการทำงานของพวกนี้ คือคลิกยกเลิกเครื่องหมายถูกหน้าชื่อโปรแกรมที่ไม่ต้องการให้ Auto Start พร้อมวินโดวส์ เสร็จแล้วคลิก OK เพื่อรีสตาร์ทเครื่องใหม่ เพื่อให้สิ่งที่คุณปรับแต่งเป็นผล
image
ข้อควรระวัง การเลือกปิดการทำงานในกลุ่ม Auto Start ควรหลีกเลี่ยงการยกเลิกในโปรแกรมที่ไม่แน่ใจ เพราะอาจทำให้ระบบทำงานผิดผลาดได้ ควรปิดเฉพาะโปรแกรมที่คุณรู้จักเท่านั้น เช่น Adobe Gamma Leader, Acrobat Assistant, QuickTime, PowerDVD, WinZip
เพิ่มความเร็วในการ ShutDown
ปกติวินโดวส์ทั้งหลายในช่วงเวลา Shutdown จะมีช่วงเวลารอค่อยให้โปรแกรมหรือ Services ต่างๆ ปิดตัวลง แล้วจึงปิดเครื่อง แต่คุณรู้สึกเวลารอค่อยที่เครื่องจะ Shutdown เรียบร้อยมันกินเวลานาน
ทิปนี้สามารถช่วยคุณได้ โดยจะมาแนะนำการตั้งค่าเวลาในการ Shutdown ใหม่ โดยมีวิธีทำดังนี้…
  1. 1พิมพ์ regedit ลงในช่อง Search ของ Start Menu แล้วกดคีย์ Enter
  2. 2หน้าต่าง Registry Editor จะเปิดขึ้นมาให้คลิกเข้าไปตามคีย์ย่อยในหน้าต่างด้านซ้ายมือดังนี้
    HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Control
  3. ที่หน้าต่างด้านขวามือให้ดับเบิลคลิกที่คีย์ WaitToKillServiceTimeout หน้าต่าง Edit String จะเปิดขึ้นมา พิมพ์ค่าตัวเลขลงในช่องว่าง Value data: โดยตัวเลขมีค่าระหว่าง 2000 – 20000 (2 – 20 วินาที) ปกติ Windows 7 จะตั้งค่าดีฟอลต์ไว้ที่ 12000 คุณสามารถทดลองใส่ค่าตัวเลขให้ช้าหรือเร็ว ให้ได้ค่าที่เหมาะสมกับเครื่องของคุณ โดยสังเกตจากการ Shutdown ที่เร็วขึ้น
  4. คลิกปุ่ม OK แล้วปิด Registry Editor
image
จบตอนแรกครับสำหรับการทำให้วินโดวส์ของคุณเบาเครื่องวิ่งฉิ่วดังใจ ไม่ทำงานเชื่องช้า ตอนต่อไปจะให้ชื่อตอนว่า “ทำอย่างไรให้ Windows 7 มีประสิทธิภาพมากขึ้น



Windows 7 ด้วยพื้นฐานจะเป็น Windows ที่จัดว่าสวยงาม ทำงานได้รวดเร็ว เรียกว่าเป็น Windows ที่น่าใช้กว่า Windows อื่นๆ ที่ผ่านมา แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกับ Windows อื่นๆ คือเมื่อเริ่มใช้มันก็เร็วทันใจ แต่เมื่อใช้ไปนานๆเข้า ทั้งการติดตั้งโปรแกรม การ Uninstall โปรแกรมบ่อยครั้ง การเล่นอินเตอร์เน็ต และอีกหลายๆ อย่าง ก็จะเป็นตัวทำให้ Windows ของคุณ เริ่มทำงานอึดขึ้น ช้าไม่ทันใจมันหน่วงๆ เครื่อง ทิปนี้จะมาแนะนำการกำจัดสิ่งที่ทำให้ Windows 7 ของคุณทำงานช้า ให้มาทำงานรวดเร็ว เหมื่อนเดิม เมื่อติดตั้งใหม่ๆ โดยที่ไม่ต้องไปติดตั้งโปรแกรมประเภทยูทิลิตี้อื่นๆ มาช่วยให้หนักเครื่องเข้าไปอีก
ทิปที่จะมาแนะนำคุณๆ ในที่นี่ผมจะแบ่งเป็นตอนๆ ทั้งหมด 3 ตอน มาเริ่มตอนที่แรกเลยครับ
1. เพิ่มความเร็วใน การเปิดและปิดเครื่อง
การลบ Prefetch Cache
การปรับแต่งขั้นตอนบูตของวินโดวส์จะช่วยให้วินโดวส์เริ่มต้นทำงานเร็วขึ้น Prefetch Cache ที่เก็บไว้ที่ วินโดวส์เรียกมาใช้ ตอนบูตและตอนทำงานปกติ แต่เมื่อใช้ไปนานๆ เข้าเจ้าแคชที่ว่านี้ก็ขยายใหญ่ขึ้น ทำให้วินโดวส์อ่านไฟล์แคชนี้นานขึ้น ฉะนั้นผมแนะนำให้เข้าไปลบข้อมูลในโฟลเดอร์นี้เป็นประจำเดือนละ 1-2 ครั้ง เพื่อให่วินโดวส์ทำงานได้เร็วขึ้น ส่วนวิธีการเข้าถึงก็ไม่ยาก
ให้พิมพ์ c:\windows\prefetch ลงในช่อง Search ของ Start Menu แล้วกดคีย์ Enter ตัว Windows Explorer ก็จะเปิดมาที่โฟลเดอร์ Prefetch ให้กดคีย์ Ctrl+A เลือกไฟล์ทั้งหมดแล้วกด Delete เพื่อลบไฟล์ คุณไม่ต้องกังวลว่าจะมีผลกระทบต่อการทำงานของเครื่อง
image
ควบคุมการใช้ Prefetch ให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด
จากการที่แนะให้ลบ Prefetch Cache นั้น เรายังสามารถควบคุมการใช้ Prefetch Cache ให้ได้ประสิทธิภาพได้อีก โดยใช้วิธีตั้งค่าที่ Registry
  1. ให้พิมพ์ regedit ลงในช่อง Search ของ Start Menu แล้วกดคีย์ Enter เพื่อเปิด Registry Editor ขึ้นมาทำงาน
  2. ไปตามคีย์ย่อยในหน้าต่างด้านซ้ายมือ HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Control\Session Manager\Memory Management\PrefetchParameters
  3. ให้ดูที่หน้าต่างด้านขวามือหาคีย์ EnablePrefetcher ซึ่งเป็นตัวบอกสถานภาพการทำงานของ Prefetch Cache คุณสามารถเปลี่ยนค่าให้เหมาะสมกับเครื่องได้โดยดับเบิลคลิกที่คีย์นี้ จะมีหน้าต่าง Edit DWARD Value ให้คุณใส่ตัวเลขที่ช่อง Value data: ซึ่งค่าตัวเลขนี้เป็นตัวกำหนดการทำงานของ Prefetch ส่วนความหมายของตัวเลขต่างๆ คือ
0- ยกเลิกการทำงาน
1- สำหรับการทำงานโปรแกรมต่างๆของวินโดวส์เท่านั้น
2- สำหรับการ Boot เท่านั้น
3- สำหรับการทำงานโปรแกรมต่างๆของวินโดวส์และการ Boot (แนะนำค่านี้เพื่อให้ระบบทำงานแบบประสิทธิภาพที่ดี)
image
Defragment Boot File
นอกจากการปรับแต่ง Prefetch แล้วคุณสามารถเพิ่มความเร็วในการบูตเครื่องได้อีกวิธีหนึ่ง คือการ Defragment Boot file หรือการจัดระเบียบข้อมูลสำหรับการบูต วิธีทำง่ายๆ ครับ
  1. ให้พิมพ์ cmd ลงในช่อง Search ของ Start Menu แล้วกดคีย์ Ctrl + Shift + Enter เพื่อเปิดหน้าต่าง Command Line ในสิทธิ Administrator
  2. พิมพ์คำสั่ง defrag -b %SystemDrive% แล้วกดคีย์ Enter… Windows 7 จะทำการ Defragment เมื่อทำเสร็จแล้ว เวลาบูตเครื่องจะช่วยลดระยะเวลาบูตให้น้อยลง เนื่องด้วยไฟล์ระบบได้จัดการเรียงตัวกันอย่างต่อเนื่อง
image


ลดโปรแกรมในกลุ่ม Auto Start
คุณที่ใช้วินโดวส์จะอยู่จักTaskbar ที่อยู่บริเวณถัดจากตัวเลขบอกเวลามุมขวาของจอ จะเป็นที่รวมตัวของไอคอนต่างๆของโปรแกรมที่กำลังทำงานอยู่โดยวินโดวส์จะเรียกพวกมันขึ้นมาโดยอัตโนมัติในระหว่างบูตเครื่อง มีโปรแกรมจำนวนมากยกตัวอย่าง เช่น QuickTime, Real Player, PowerDVD เป็นต้น การมีไอคอนอยู่ใน Taskbar มากๆ ไม่ได้ทำให้ดูเท่ดูดีเลย มันดูรกตาแล้ว ยังไปกินหน่วยความจำในเครื่องอีก ผมขอแนะนำให้คุณลองตรวจสอบโปรแกรมเหล่านี้ ว่ามีความจำเป็นแค่ไหน ถ้าไม่จำเป็นก็เอามันออกไปบ้างครับ วิธีการก็ตามนี้
  1. พิมพ์ msconfig ลงในช่อง Search ของ Start Menu แล้วกดคีย์ Enter
  2. ที่หน้าต่าง System Configuration ให้ไปที่แท็บ Startup ซึ่งจะมีรายชื่อโปรแกรมที่ถูกเรียกมาพร้อมกับวินโดวส์อยู่ วิธีปิดการทำงานของพวกนี้ คือคลิกยกเลิกเครื่องหมายถูกหน้าชื่อโปรแกรมที่ไม่ต้องการให้ Auto Start พร้อมวินโดวส์ เสร็จแล้วคลิก OK เพื่อรีสตาร์ทเครื่องใหม่ เพื่อให้สิ่งที่คุณปรับแต่งเป็นผล
image
ข้อควรระวัง การเลือกปิดการทำงานในกลุ่ม Auto Start ควรหลีกเลี่ยงการยกเลิกในโปรแกรมที่ไม่แน่ใจ เพราะอาจทำให้ระบบทำงานผิดผลาดได้ ควรปิดเฉพาะโปรแกรมที่คุณรู้จักเท่านั้น เช่น Adobe Gamma Leader, Acrobat Assistant, QuickTime, PowerDVD, WinZip
เพิ่มความเร็วในการ ShutDown
ปกติวินโดวส์ทั้งหลายในช่วงเวลา Shutdown จะมีช่วงเวลารอค่อยให้โปรแกรมหรือ Services ต่างๆ ปิดตัวลง แล้วจึงปิดเครื่อง แต่คุณรู้สึกเวลารอค่อยที่เครื่องจะ Shutdown เรียบร้อยมันกินเวลานาน
ทิปนี้สามารถช่วยคุณได้ โดยจะมาแนะนำการตั้งค่าเวลาในการ Shutdown ใหม่ โดยมีวิธีทำดังนี้…
  1. 1พิมพ์ regedit ลงในช่อง Search ของ Start Menu แล้วกดคีย์ Enter
  2. 2หน้าต่าง Registry Editor จะเปิดขึ้นมาให้คลิกเข้าไปตามคีย์ย่อยในหน้าต่างด้านซ้ายมือดังนี้
    HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Control
  3. ที่หน้าต่างด้านขวามือให้ดับเบิลคลิกที่คีย์ WaitToKillServiceTimeout หน้าต่าง Edit String จะเปิดขึ้นมา พิมพ์ค่าตัวเลขลงในช่องว่าง Value data: โดยตัวเลขมีค่าระหว่าง 2000 – 20000 (2 – 20 วินาที) ปกติ Windows 7 จะตั้งค่าดีฟอลต์ไว้ที่ 12000 คุณสามารถทดลองใส่ค่าตัวเลขให้ช้าหรือเร็ว ให้ได้ค่าที่เหมาะสมกับเครื่องของคุณ โดยสังเกตจากการ Shutdown ที่เร็วขึ้น
  4. คลิกปุ่ม OK แล้วปิด Registry Editor
image
จบตอนแรกครับสำหรับการทำให้วินโดวส์ของคุณเบาเครื่องวิ่งฉิ่วดังใจ ไม่ทำงานเชื่องช้า ตอนต่อไปจะให้ชื่อตอนว่า “ทำอย่างไรให้ Windows 7 มีประสิทธิภาพมากขึ้น

เทคนิคการปรับแต่งวินโดวส์ 10 ประการ XP

ปรับแต่ง winxp ให้เร็วขึ้น

--------------------------------------------------------------------------------

การ Back Up Registry
1. ไป Start แล้วคลิก Run พิม Regedit
2. คลิกขวาที่ MyComputer แล้วเลือก Export
3. เลือกที่ที่จะเก็บ Backup registry เอาไว้ แล้วกด Save
4. เวลาจะเปลี่ยนคืนให้ เข้ามาที่เดิม แต่ไปที่ File แล้วเลือก Import
5. จากนั้นเลือกไฟล์รีจิสทรีที่เราสำรองไว้ แล้วกด Open หรือ อีกวิธีการหนึ่งคือ ดับเบิ้ลคลิกที่ไฟล์ reg นั้นโดยตรงแล้วกด OK เลยก็ได้

รวม Tips Hot !!! สําหรับ Windows XP สุดยอด !!!
1.การทำภาพเคลื่อนไหวบนหน้าจอ
วิธีการกำหนดภาพเคลื่อนไหวบนหน้าจอภาพ โดยการนำไฟล์ Gif Animate มาวางไว้ ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้นะจ๊ะ
1) Click ขวาบนหน้าจอแล้วไปที่ Properties
2) Click แท็บ Desktop
3) Click ปุ่ม Customize Desktop
4) Click แท็บ Web นะ
5) Click ปุ่ม New
6) Click ปุ่ม Browse ค้นหาไฟล์ภาพเคลื่อนไหวที่เราต้องการ
Click ปุ่ม Ok เป็นอันเสร็จ(ถ้ายังไม่เสร็จก็ OK ไปเรื่อยๆนั่นแหละ)
2.เปลี่ยนภาพโฟลเดอร์ ใน Windows XP เราสามารถเปลี่ยนรูปโฟลเดอร์ที่เราสร้างขึ้น ประโยชน์ก็คือเพื่อให้สื่อความหมายได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ปฎิบัติตามนี้นะจ๊ะ
1) Click ขวาที่โฟลเดอร์ที่คุณต้องการจะเปลี่ยน เลือก Properties
2) Click ที่แท็บ Customize
3) Click ปุ่ม Change Icon
4) เลือกภาพ Icon ที่ต้องการแล้ว Click ปุ่ม Ok
5) Click ปุ่ม Ok อีกครั้งก็เสร็จ
3.นาฬิกาปลุกแบบใหม่
คุณสามารถสั่ง Windows XP ให้เปิดหรือปิดโปรแกรมใดๆก็ได้ตามเวลาที่เรากำหนด เช่น เมื่อถึงเวลาพักเที่ยงให้เปิดเพลงคุณลำใย อะไรประมาณเนี่ย
1) Click ปุ่ม Start จากนั้นไปที่ All Programs > Accessories > System Tools>Scheduled Tasks
2) Double Click ที่ไอคอน Add Scheduled Task
3) Click ปุ่ม Next
4) Click เลือกโปรแกรมที่ต้องการเปิด เช่น Winamp หรืออะไรก็ได้
5) Click ปุ่ม Next
6) ระบุความถี่ในการเล่นเพลง เช่น
Daily เล่นทุกๆวัน
Weekly ทุกสัปดาห์
Monthly ทุกเดือน
One Time Only เพียงครั้งเดียว
นอกเหนือจากนั้นไปแปลเอาเองแล้วกันนะ ขี้เกียจพิมพ์
7) Click ปุ่ม Next
กำหนดเวลาตามใจของท่าน
9) Click ปุ่ม Next
10) กรอกชื่อและรหัสของผู้ใช้เครื่อง ถ้ายังไม่มีก็ไปตั่งซะ
11) Click ปุ่ม Next
12) Click ที่ Show Advance Properties...
13) Click ปุ่ม Finish เป็นอันเสร็จขั้นตอนทั้งหมด
14) ในช่อง Run ให้คุณระบุชื่อไฟล?ที่ต้องการสั่งให้เล่น โดยการกรอกชื่อไฟล์ต่อท้ายคำสั่งที่พบ
15) Click ปุ่ม Ok
16) กรอกรสัสของผู้ใช้ให้ถูกต้อง และ Click ปุ่ม Ok
17) เสร็จแล้วโว้ย!
4.ไขความลับของ My Computer
ลอง Click ที่ไอคอน My Computer ค้างไว้แล้วให้ลากไอคอน My Computer ไปให้ชิดติดขอบจอด้านขวาแล้วปล่อยเมาส์ คุณจะพบอะไรที่แปลกใหม่กว่าเดิม
5.นโยบายเลือกดูเฉพาะเว็บที่หวังดีเท่านั้น คุณสามารถกำหนดขอบเขต หรือจำกัดเว็บที่น่าสงสัยไม่ให้เข้ามายุ่งกับเครื่องได้ ดังนี้
1) เปิด IE ขึ้นมา แล้วไปที่ Tools>Internet Options
2) Click แท็บ Security
3) Click ไอคอน Restrict Sites
4) Click ปุ่ม Site เพื่อเลือกเว็บที่ไม่ต้องการให้มาวุ่นวายกับเครื่องของคุณ
5) กรอกชื่อเว็บที่จะกำจัด
6) Click ปุ่ม Add
7) เมื่อกรอกรายชื่อเว็บตามต้องการแล้ว Click ปุ่ม Ok
9) Click ปุ่ม Ok อีกครั้งก็เสร็จแล้ว
6.จะพิมพ์ชื่อเว็บยาวๆไปทำไม
ตามปกติแล้วเวลาที่เราจะพิมพ์ชื่อเว็บนั้น เราก็ต้องพิมพ์ไปว่า www.ชื่อของเว็บ.com แล้วก็ Enter ใช่ไหม แต่สำหรับเรามันไม่ใช่ แค่พิมพ์แค่ชื่อเว็บอย่างเดียวแล้วก็กด Ctrl+Enter ก็ใช้ได้แล้ว อย่างเช่นเราจะเปิดไปที่เว็บของ Thaiware เราก็แค่พิมพ์คำว่า Thaiware แล้วก็กด Ctrl+Enter แค่นั้นและ แต่มันมีข้อจำกัดอยู่ว่า เว็บที่เราจะพิมพ์ชื่อเข้าไปนั้น ต้องลงท้ายด้วย .COM นะจ๊ะ
7.ดูเว็บได้ตลอดเวลาด้วยแถบ Address ทำตามที่เราบอกนะ แล้วจะได้ของดีเอง
1) Click ขวาที่ Taskbar
2) เอาเครื่องหมายถูกออกจาก Lock The Taskbar
3) Click ขวาที่ Taskbar อีกครั้ง
4) แล้วให้ไปที่ Toolbars>Address
5) เลื่อนเมาส์ไปที่แถบ Address ปรับขนาดตามความพอใจ
6) จะพบแถบ Address อยู่บน Taskbar ด้านล่างของหน้าจอ

1. คุณสามารถดูเปิดเว็บได้เต็มจอโดยการกด F11

2. คุณสามารถเลื่อนหน้าจอ IE ลงได้โดยกด space และเลื่อนขึ้นโดยกด shift+space

3. คุณสามารถซ่อนขอบหน้าต่างและ titlebar ของ task manager ได้โดยการดับเบิ้ลคลิกที่ว่างตามขอบใดๆก็ได้

4. คุณสามารถหยุดยั้งการปิดเครื่องเองภายใน 60 วินาทีของ blaster.worm ได้
โดยการเปิด run แล้วพิมพ์ "shutdown -a"

5. และคุณสามารถสั่งปิดเครื่องที่อยู่ข้างๆได้โดยพิมพ์ "shutdown -i"

6. คุณสามารถส่งแฟกซ์หรือ print-to-fax ด้วยโมเด็มได้โดยไม่ต้องพึ่งโปรแกรมอื่นๆช่วย

7. คุณสามารถเร่งหรือชะลอความเร็วของเพลง หรือแม้แต่เล่นเพลงย้อนกลับได้
โดยใช้ play speed settings ที่อยู่ใน windows media player

8. คุณสามารถเปิดและเข้ารหัสไฟล์ zip ได้โดยไม่ต้องใช้ winzip หรือ winrar
ใช้คุณสมบัติของ compressed folder

9. คุณสามารถเปลี่ยนรูปภาพอะไรก็ได้ให้เป็นไอคอนแค่เพียงคุณเปลี่ยนนามสกุลมันเป็น .ico เท่านั้น

10. เมื่อเมาส์ของคุณพัง คุณยังสามารถใช้เมาส์ได้ด้วยคีย์บอร์ดโดยเลือกที่ accessibility option > mouse > mousekeys
แล้วใช้ numpad เป็นตัวควบคุมเมาส์ขยับเมาส์คลิกเมาส์แทน

11. เมื่อคีย์บอร์ดของคุณพัง คุณยังสามารถใช้เมาส์พิมพ์ข้อความได้โดยเปิด run แล้วพิมพ์ osk

12. คุณสามารถทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณพูดไม่หยุดปากได้โดยเปิด run แล้วพิมพ์ narrator
และสั่งให้มันพูดอีกครั้งเมื่อพูดจบก็ให้กด ctrl+shift+space

13.คุณสามารถ เขียนแผ่น CD ได้ โดยใช้วินโดวส์ XP เพียว ถ้าคุณมี Drive CD RW ให้ไปที่ไดรว์นั้น เพื่อกำหนดความเร็วในการเขียนได้ โดยคลิกควาที่ไดรว์นั้น แล้วเลือก Propperties แล้วเลือก Recording เพื่อกำหนดความเร็วในการเขียนได้ ( ค่า Default จะเป็น Maximum ซึ่งอันตรายมากเวลาเขียนด้วยวินโดวส์ )

15. คุณสามารถสร้างฟอนต์เก็บไว้ใช้งานเองในส่วนของ (Private Use) ได้โดยเปิด run แล้วพิมพ์ eudcedit

16. คุณสามารถกำหนดค่าต่างๆ อย่างละเอียดมาก ซึ่งใน Control Panel ไม่มี
โดยการเปิด run แล้วพิมพ์ gpedit.msc

17. ปิด Welcome screen >> ไปที่ Control Panel -> User Accounts -> Change the way users log on or off แล้วเอาเครื่องหมายถูกหน้า "Use the Welcome screen" ออก การทำดังกล่าวจะกลับไปใช้ Logon Screen ในแบบ Win2000 แต่อย่างไรก็ตามการทำดังกล่าวจะไม่สามารถ Logon User หลายคนในเวลาเดียวกันได้

18. ปิด Error Reporting
ค่าดีฟอลท์ของ WinXP จะทำการรายงานข้อผิดพลาดของโปรแกรมถึง Microsoft คุณสามารถปิดการทำงานนี้ได้โดยไปที่ Control Panel -> Performance and Maintenance -> System ที่แท็บ Advanced คลิ๊กที่ปุ่ม Error Reporting แล้วเลือก Disable error reporting ครับ

20.คลิ๊กขวาที่ My Com > Properties > Performance
เลือกที่ Virtual Memory... > คลิ๊กที่ Let me specify my own virtual memmory setting. แล้วเปลี่ยนที่ Minimum และ Maximum ตามสูตรนี้ เอาค่า Ram ในเครื่องเราคูณ
2.5 ได้ค่าแล้วก็ใส่ตาสที่บอกน่ะ
EX. RAM 64 MB คูณ 2.5 = 160
128 MB คูณ 2.5 = 320

21. ขณะนั่งกินมาม่าหน้าคอมฯ ควรเก็บคีย์บอร์ดให้เรียบร้อยและกินเส้นมาม่าเบาๆ ไม่งั้นจอจะเปียก
+++++++++++++++++++++++++++จบตอนที่1++++++++++++++++++++++
+++++++++++++++++++++++ตอนที่2+++++++++++++++++++++++++++
รวม Tips Hot !!! สําหรับ Windows XP

CTRL + F = search หาข้อความต่างๆในหน้าเว๊บนั้น
Dxdiag = ดู DirectX ใน WinXp
regedit = ดู เช็ค รีจิสเตอร์
msconfig = ลบโปรแกรมที่ รัน ตอนบู๊ตเครื่อง
cmd /k ipconfig = ดู IP Address ใน Win XP
ping loopback = ดู IP Address ใน Win XP
%temp% = ลบ File Temp ของ Windows XP
"gpedit.msc" = แก้ไขค่าต่างๆ

** รีสตาร์ทแล้วกด F8 จะมีให้เลือกเข้าในโหมด safe mode **

**ไม่ให้ WIN XP ถามหา password ตอน boot ให้พิมพ์ rundll32 netplwiz.dll,UsersRunDll ****


******uninstall แล้วยังไม่หายไปจาก add remove.. *******
start > run > regedit > ok
HKEY_LOCAL_MACHINESOFTWAREMicrosoftWindowsCurrentVersionUninstall เข้าไปลบตัวโปรแกรมที่ยังค้างอยู่

*********การลบเกมส์ใน รีจิสเตอร์************
Hkey_current_user เลือก Software ทีนี้ก็ลองหาชื่อเกมส์หรือโปรแกรมที่ต้องการจะเอาออก โดยการคลิ๊กขวา แล้วก็ delete แล้วปิดหน้าต่าง รีสตาร์ทแค่นี้ก็เรียบร้อยครับ


**********บูทวินโดวส์ XP แบบติดเทอร์โบ**********
ไปที่ Start > Run แล้วพิมพ์ regedit แล้วกด ok
HKEY_LOCAL_MACHINESYSTEMCurrentControlSetControlSessionManagerMemoryManagementPrefetchParameters ตรงด้านขวามือแก้ไขคีย์ EnablePrefetcher จาก 3 เป็น 5 แล้วกด OK




************** แก้เครื่อง shutdown นานมาก **********
รัน regedit แล้วแก้ registry
HKEY_LOCAL_MACHINESystemCurrentControlSetControl ตรงด้านขวามือเลือกที่ WaitToKillServiceTimeout เดิม 20000 แก้เหลือ 1
HKEY_CURRENT_USERControl PanelDesktop ตรงขวามือให้แก้ตามนี้
"AutoEndTasks"="1"
"HungAppTimeout"="1"
"MenuShowDelay"="100" (เพิ่มความเร็ว Start Menu)
"WaitToKillAppTimeout"="1"
ปิด Regedit จากนั้นรีสตาร์ท จะเห็นผลโดยทันที

********ลบโปรแกรม MSN Messenger ออกจาก WindowsXP**********
ถ้าคุณต้องการลบ MSN Messenger ออกจาก WindowsXp ทำได้โดยคลิ๊ก Start -> Run แล้วพิมพ์ดังนี้
RunDll32 advpack.dll,LaunchINFSection %windir%INFmsmsgs.inf,BLC.Remove
จากนั้นคลิ๊ก OK

******** หยุดการเล่นโปรแกรมอัตโนมัติ ในขณะใส่แผ่น CD (ยกเว้น CD เพลง) ********
1. คลิ๊ก Start เลือก Run
2. พิมพ์ "gpedit.msc" จะมีหน้าต่าง Group Policy ขึ้นมา
3. ดับเบิ้ลคลิ๊ก Computer Configuration และดับเบิ้ลคลิ๊ก Administrative Templates
4.จากนั้นดับเบิ้ลคลิ๊ก System ตรงด้านขวามือให้ดับเบิ้ลคลิ๊กที่ Turn off autoplay
5.จะมีหน้าต่าง Turn off Autoplay Properties ขึ้นมา
6. ให้คลิ๊กเลือกที่ Enabled
7. ตรงช่อง Turn off Autoplay on: ให้เลือก CD-ROM drives
8.กด Apply
9. กด OK ( จบ )
++++++++++++++++++++++จบตอนที่2++++++++++++++++++
++++++++++++++++++++++++ตอนที่3+++++++++++++++++++++++++++
***** วิธีเปิด-ปิด CD-ROM โดยไม่ต้องใช้มือ *******
การเปิดไดร์ฟก็คลิ๊กขวาเลือก eject ครับ จะปิดไดร์ฟก็ คลิ๊กขวาแล้วเลือก close tray

22. ถ้าเราไม่มีปุ่ม Windows Start Menu Key ที่คีย์บอร์ด ( ไม่รู้เรียกถูกมั้ยนะ ) ทีหน้าจอ เดสทอป กด ALT+Enter แล้วจะรัน Start Menu ขึ้นมา ให้เราใช้ปุ่มลูกศรและ Enter เลือกได้
ทำให้ ลูกศร ตรง ShortCut ให้หายไป
Start > Run แล้วพิมพ์ regedit แล้วกด ok
HKEY_CLASSES_ROOTlnkfile
คลิ๊ก IsShortcut แล้วกดปุ่ม Delete เพื่อลบออกไป

-----------------------------------------------------------------------------
เอา User name ตรง Startmenu ออก
1.Start -> Run -> พิมพ์ว่า GPEDIT.MSC เพื่อเรียกโปรแกรม Group Policy ขึ้นมานะครับจากนั้นก็ไปที่
User Configuration -> Administrative Templates -> Start Menu and Taskbar นะครับแล้วก็ดูขั้นตอนต่อไปเลยครับ
2.ให้หาคลิ๊กคำว่า Remove Username from Start Menu
Double Click ขึ้นมาแล้ว Check ที่ Enabled แล้วกดปุ่ม OK เท่านั้นก็เรียบร้อยแล้วครับ

-----------------------------------------------------------------------------
ตั้งเวลา Shutdown
เปิด Command Prompt ขึ้นมา(run พิมพ์ cmd >OK)
พิมพ์ Shutdown วรรค แล้วต่อด้วยคำสั่งที่ต้องการดังนี้

-i = ให้มีกรอบโต้ตอบขึ้นมา
-l = Logoff
-s = Shutdown
-r = Restart
-m ชื่อคอมพ์ =สั่งให้คอมเครื่องนั้นปิดเครื่อง รีสตาร์ต หรือ ลอกออฟ
-t xx = ตั้งเวลาทำตามคำสั่ง xx วินาที
-c "comment" = ให้มี Comment ขึ้น
-f = ปิดโปรแกรม
-a = ยกเลิกคำสั่งทั้งหมด

สามารถพิมพ์หลายคำสั่งได้ โดยแต่ละคำสั่งให้วรรค เช่น

ต้องการให้ปิดเครื่องใน 30 วินาที โดยมีข้อความว่า"จะปิดแล้วนะ"ก็พิมพ์อย่างนี้
shutdown -s -t 30 -c "จะปิดแล้วนะ"
เป็นต้น

Quote:
4. คุณสามารถหยุดยั้งการปิดเครื่องเองภายใน 60 วินาทีของ blaster.worm ได้
โดยการเปิด run แล้วพิมพ์ "shutdown -a"

คำสั่งนี้ก็มาจากนี่แหละครับ

-------------------------------------------------------------------------------------
การตั้งนาฬิกาอัตโนมัติของ WinXP ปกติ มันจะอัพเดทเวลาให้เราทุกๆ 7 วัน เราสามารถปรับให้ถี่กว่านี้ได้โดย

เปิด registy ขึ้นมา
HKEY_Local_Machinesystemcontrolset001servicesw32timetimeProvidersNtpClient
ที่ SpecialPollInterval ให้เลือก Base เป็น Decimal (เลขฐานสิบ) แล้วแก้เวลาได้ตามต้องการเป็นวินาที

1. กด windows+D จะลดหน้าจอลงทั้งหมดเหลือแต่เดสท๊อป
2. จะอัพเดตหน้าเว็บ กด Ctrl + F5
3. หมั่นล้างเอาขยะออกจากเครื่องบ้าง
4.การ Defacment ไม่ควรทำบ่อบ(อาร์ดดิสก์อาจเสื่อม)อย่างมากสัปดาห์ละครั้ง
5. การจะเอาไฟล์ flash (.swf) หลังจากเปิดหน้าเว็บที่มีไฟล์ที่ต้องการ (รอโหลดเสร็จก่อน) ไปที่ Temp Internet Files หา ไฟล์ที่ลงท้ายด้วย .swf แล้วก๊อปปี้ได้เลย
6.การจับภาพหน้าจอสามารถใช้ปุ่ม Print Screen ได้

เมื่อคุณDownload Boot Screen ที่ต้องการได้แล้ว มันจะเป็นไฟล์.zipใช่ไมครับ ข้างในจะมีไฟล์2ตัวที่สำคัญคือ ntoskrnl.exe ใช้กับWin XPที่ไม่ใช่version SP1 ส่วน ntoskrnlSP1ใช้กับWin XPที่เป็นversion SP1(ดูได้ที่ Control Panel ---> System ---> General ครับ)
1. ให้เลือกไฟล์ที่ต้องไปเก็บไว้ในMy Documents
2. จัดการเปลี่ยนชื่อมันซะ เช่นTEMP (ต้องเป็นตัวใหญ่ทั้งหมด)
3. เมื่อเปลี่ยนชื่อเสร็จแล้ว ให้ย้ายมันไปไว้ที่ C:windowssystem32
4. เข้าไปใน Control Panel ---> System ---> Advanced
ในหัวข้อStartup and Recovery คลิกที่settingsแล้วไปคลิกที่Edit ไปเปลี่ยน
ตรง
multi(0)disk(0)rdisk(0)partition(1)Windows="Windows XP" /fastdetect
ให้เป็น
multi(0)disk(0)rdisk(0)partition(1)Windows="Windows XP" /fastdetect
/KERNEL=TEMP.EXE ตามชื่อที่ได้ตั้งไป(ต้องเป็นตัวใหญ่ทั้งหมดนะดูให้ดี)
แล้วคลิกที่
File กด Saveซะ ออกมากด OK เป็นอันเสร็จ Restart ดูภาพสวยๆที่เลือกได้เลย

ครับ เพื่อนๆทุกๆคน ตอนนี้ผมไปหา URL อ้างอิงการติดตั้ง Boot Screen มาให้แล้วนะครับ ซึ่งวิธีการติดตั้งนั้นก็จะคล้ายๆกับอันบนที่ผมเขียนไว้นั่นแหละ และอาจจะเหมือนกันหมดเลยก็ได้ แต่เนื่องจากเราต้องหาข้อมูลมาจากหลายๆที่ เพื่อความหลากหลายครับ

สำหรับ URL ดังกล่าวก็มีดงนี้
http://www.dekitclub.com/go/?http://www.annoyances.org/exec/forum/win95/r1047331663 link
อันนี้นะครับ ผมไม่ได้เข้าไปอ่านแบบเจาะลึกมาก เพราะมันค่อนข้างเยอะ และดูจะคล้ายๆกันด้วย อีกทั้งการแก้ไฟล์ boot.ini ก็คล้ายๆกัน แต่จะมีส่วน Boot Screen ของ ServicesPack1 ครับ เขียนไว้ว่า
Quote:
>Service Pack 1 compatibility
>
>The ntoskrnl.exe from Windows XP with installed Service Pack 1 and without installled
>Service Pack are not compatible. This means if you using a wrong, not to your system
>corresponding ntoskrnl.exe, the Windows XP will hang or crash while booting!
>If the package contains two versions, one is the ntoskrnlSP1.exe in the english
version
>5.1.2600.1106 (Service Pack 1) and the second one is the ntoskrnl.exe in the english
>version 5.1.2600.31 (without Service Pack).
>If you don't no if your Windows XP have Service Pack 1 installed or not, you can
>find it out by going to the Start button / System Control / System / folder General.
>It's very importent to install the correct, to the installation level of your Windows
>XP corresponding ntoskrnl.exe to not damaging your system!


สำหรับผม ถ้าอ่านแบบ ห่ามๆ สุ่มๆ มั่วๆ ผ่านๆ ไป ก็พอเดาออกว่า มันจะทำให้แฮงก์ได้ในการเปลี่ยน BootScreen ( แต่ก็ไม่แน่เสมอไปนะ )

URL ต่อมาก็อันนี้ครับ
http://www.dekitclub.com/go/?http://www.milsoft.net/english/produ...=InnoCustomize link
สำหรับอันนี้ เป็น โปรแกรม เลยนะครับ ไม่ใช่ การทำ BootScreen ด้วยตนเอง ซึ่งโปรแกรมนี้มันก็ น่าจะ มีความสามารถในการทำ BootScreen ไ้ด้เหมือนกัน เพราะมันเขียนไว้ว่า

Quote:
Change BootScreen and LogonUI at random
Let you see first new BootScreen or LogonUI while turn on the computer each time, every day or every week.


ซึ่งตัวนี้ผมโหลดมาแล้วนะครับ ( ทางด้านกลางๆเวบ จะมีลิ้งให้โหลด ) แต่ยังไม่ได้ลองใช้เลย เพราะจะลองทำแบบ Manual ด้วยตนเองดูก่อน ถ้าทำไม่ได้จริงๆค่อยพึ่งโปรแกรม แต่ถ้าพึ่งโปรแกรมแล้วยังทำไม่ได้ ผมก็ลาก่อน Boot Screen แล้วนะ

ส่วนอีก URL นึงนะครับ ก็คือ
http://www.dekitclub.com/go/?http://www.bootxp.net/howworks.htm link อันนี้ครับ

อันนี้จะเป็นโปรแกรมเหมือนกันครับ ชื่อ BootXP ซึ่งมันก็บรรยายสรรพคุณเอาไว้เหมือนกันว่าสามารถเปลี่ยน BootScreen ได้
Quote:
1.- You Can Have Lot's Of Screens (BMPs about 150 Ks) In Your Hard Drive Using a Bit of Space Compared With The Amount Of Space Needed To Store NTOSKRNL.EXE Files (about 1.850 Ks). Use the 10% of Space.
2.- You Can Use NTOSKRNL Files As Boot Screens and ZIPPED NTOSKRNLs, But It's Impossible That You Get Infected By a Virus, BootXP Only Takes the BMPs of Your "EXE" File, Not Executes It.
3.- You Can Use Up to 7 Graphics Formats: BMP, GIF, JPG, PNG, PCX, TGA and TIF (without LZW Compression)
4.- Changing The BootScreen Takes Seconds And You Don't Need To Reboot In Safe Mode Neither Tweak Windows File Protection.
5.- You Don't Have To Be a Pro For Create Your Own BootScreen And Install It, Also you don't need to fight against palettes and formats.
6.- You Can Preview Your Boot Screen At Full Screen With No Need To Reboot.
7.- You Can Extract The Bitmaps Of Your Favourite Boot Screens.
8.- BootXP can change your boot screen at everytime you reboot.

Cracks BootXP 2.5 Final = http://www.dekitclub.com/go/?http://www.cracks.am/d.x/BootXP_v2.50_Final_by_ACME.zip link
+++++++++++++++++++++++++จบตอน3++++++++++++++++++++++++
++++++++++++++++++++++ตอน4+++++++++++++++++++++++++++++++
อีกโปรแกรมนึงนะครับชื่อโปรแกรม BootEditor
ซึ่งผมไปหาลิ้งมาให้โหลดกันแล้วนะครับ คือ
http://www.dekitclub.com/go/?http://download.pc-masters.de/tools/booteditor.zip link
ก็ถ้าต้องการใช้โปรแกรมนี้ก็รีบๆโหลดกันนะครับ เดี๋ยวลิ้งจะเสีย
และรู้สึกว่าโปรแกรมนี้มันาสามารถสุ่มรุปแบบของ BotScreen ได้ด้วย ( มั้ง ) ซึ่งถ้ามี BootScreen หลายๆอันก็เจ๋งเลยอะ แต่ดูจากชื่อโปรแกรมนี้แล้ว ผมว่าคงเอาไว้ใช้สร้าง BootScreen ด้วยตนเองมากว่าอะครับ


ครับ ถ้าเพื่อนๆสนใจจะโหลดก็เชิญกันเลยที่ URL ที่ผมได้หามาให้ ที่ผมไม่ลองก่อนเพราะ ผมไม่เก่งภาษาอังกฤษ และที่บ้านผม แรมมันน้อย ลงโปรแกรมไปเยอะๆมันอาจล่มดื้อๆก็ได้ ทำให้ผมอาจจะคิดว่าล่มเพราะ ทำ Boot Screen ก็คือผมไม่อยากมั่วล่ะนะ กลัวเครื่องพังง่ะ แต่ก็อยากเปลี่ยนเพราะมันสวยดี


ตอนนี้ผมไปทำการติดตั้ง BootScreen ได้อย่าง สำเร็จ แล้วนะครับ แต่ยังมีปัญหาอยู่เล็กน้อย

ผมใช้โปรแกรม Boot XP นะครับ โดยโปรแกรมมันจะเปลี่ยน Boot Screen ได้ง่ายมากๆ แต่ตอนผมทำเนี่ย มันยังให้เลือกอยู่ว้าจะบูตแบบไหน มี 3 แบบ คือ

1.บูตสกรีนที่ผมทำเอาไว้ ( ถ้าทำด้วยโปรแกรมนี้ จะอยู่บนสุดของตัวเลือก )
2. Windows XP ปกติ
3. Windows XP ที่ ทำการ BackUP เอาไว้ กันแฮงก์
** ตัวเลือกพวกนี้จะเห็นตอนที่เราทำ Boot Screen เสร็จแล้วด้วยโปรแกรม BootXP นี้นะครับ โดยมีให้เลือกตอนก่อนเข้า Windows
วิธีใช้หลังจากโหลดโปรแกรมและทำการ Cracks เรียบร้อยแล้วให้เพื่อนๆทำดังนี้


1.เปิดโปรแกรมแล้วคลิกที่ปุ่ม Browse ที่ แท็บ Your Boot Screen นะครับ
2.จากนั้นก็ Browse ไปหาโฟลเดอร์ที่เราได้แตกไฟล์ BootScreen ที่เราได้โหลดมาเอาไว้ พอกด OK ปุ๊บ รายชื่อไฟล์มันจะเข้ามาทันทีพร้อมนามสกุล
3.จากนั้นคลิกที่ไฟล์นามสกุล .exe ที่เหมาะสมกับ Windows ของเพื่อนๆนะครับ ว่าจะเป็น SP1 หรือ ธรรมดา ( ได้มีการแจ้งไปแล้ว ข้างต้น ในกระทุ้ด้านบนๆเก่าๆ )
4.ที่หน้าจอ BootScreen จะปรากฏรูปภาพบูตสกรีนที่เพื่อนๆโหลดมา
5.คลิก Save As Your Bootscreen เพื่อให้วินโดวส์ "ใช้บูตสกรีนอันนี้"
6.จะดู บูตสกรีนได้ก็โดยคลิก Prewiev นะครับ และเราสามารถปรับ " Loading Progress Bar ได้ โดยการคลิกค้างไว้ที่ Progress Bar แล้วลากขึ้นๆลงๆ ให้ตรงกับช่อง

วันนี้ผมขอเขียนซักหน่อยนะครับ สำหรับ windowsXP tip
ของผมอาจจะดูอ่อนไปหน่อยครับ ไม่เป็นไรครับ เชิญด่ากันได้
เพื่อนๆ เคยเจอปัญหาโปรแกรมErorr กันบ่อยไหมครับ คงต้องเจอกันบ่อยแหล่ะครับ ผมว่า เพราะชื่อมันก็บอกอยู่แล้ว (eXperience Ploblems) ล้อเล่นครับ เข้าเรื่องๆ ถ้าเกิดเราเจออย่างงี้แล้ว สิ่งที่ตามมาคือ หน้าต่างขึ้นบอกว่า send report.. กับ don't send (ส่งข้อผิดพลาดไปยัง Microsoft)หลายๆคนอาจจะมือไวอย่างผม คลิก้ send ไปก่อนเลยครับ บางทีเรายังไม่ได้ต่อเน็ต มันก็จะขึ้นให้ต่อเน็ตครับ และผลที่อาจตามมาคือ เครื่องข้างหรือแฮงค์ (ผมเป็นบ่อยมาก) ก็เลยเอาวิธีเอา send & don't send ออก มาโพสต์ลงครับ
ทำตามนี้เลยครับ control panel > system > advance >error reporting แล้วติ้กที่ disable error reporting
ครับ ติ้กตรง but notify me whe critical errors occur แล้วทีนี้มันก็จะเหลือแค่เตือนขึ้นมาแล้วให้ close อย่างเดียวแล้วครับ ลืมบอกครับ ถ้าไม่ติ้กตรง but notify me whe critical errors occur โปรแกรมก็จะปิดเองดื้อๆ โดยไม่เตือนเราก่อนครับ .

เอางี้ละกัน "การรีดแรงม้าจาก XP โดนไม่ต้องปรับแต่งใดๆ"
1. ไม่ควรให้ CPU ร้อนหรืออยู่ในที่ที่ร้อนๆ เพราะจะทำให้อัตราการหมุนของพัดลมเร็วขึ้น กินไฟมากขึ้นจะส่งผลให้เ CPU ดูพลังงานจน Error ได้
2. เร่งอัตราสูงสุดในการทำงานของ Hardware ทุกชนิด และไม่ควรเลือกคำสั่งบังคับ หรือบังคับให้เกิดความเข้ากันได้ หรือ Force นั่นเอง
Quote:
3. มีอีกอย่าง ถ้าทำด้วยจะดีมากเลย *** เป็นการตั้งความจำเครื่องใหม่น่ะครับ
คลิ๊กขวาที่ My Com > Properties > Performance
เลือกที่ File System... > Hard disk เปลี่ยน Typical role of this computer เป็น >
> Network server > Apply > O.K.
คลิ๊กขวาที่ My Com > Properties > Performance
เลือกที่ Virtual Memory... > คลิ๊กที่ Let me specify my own virtual memmory setting. แล้วเปลี่ยนที่ Minimum และ Maximum ตามสูตรนี้ เอาค่า Ram ในเครื่องเราคูณ
2.5 ได้ค่าแล้วก็ใส่ตาสที่บอกน่ะ
EX. RAM 64 MB คูณ 2.5 = 160
128 MB คูณ 2.5 = 320

อันนี้ไม่จำเป็นต้องเป็น Manual นะครับ ให้เป็น Typical role of this computer เลยก็ได้ครับ
4. สิ่งที่กินสเปซเครื่องมากมีดังนี้ควรหลีกเลี่ยงการใช้งานควบคู่กัน
- การเล่น Internet
- การทำกราฟฟิค
- การปริ้นงานโดยมี Software กำกับ
- การทำแบแบรนหรือการทำงานเกี่ยวกับการรวม hardware เข้าด้วยกัน ควรหลีกเลี่ยงการใช้โปรแกรมร่วม อย่างเช่น Disk Defragment ประมารนี้อ่ะ ฯลฯ
5. ควร Defragment อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง และทำการล้างเครื่องให้สะอาดจาก Registry ขยะเสมอ
6. ไม่ควรปรับแต่งค่า Registry ถ้าไม่รู้จักและไม่คุ้นเคย
7. การใช้ Hardware ต่อพ่วงอาจทำให้เกิดอาการแฮงค์ได้ อย่าพ่วงเยอะ อย่างเช่นการใช้โมเดม 2 ตัว คู่กับ Printer 2 ตัว(ทำไมผมเห็น LTP การ์ดฟะ หรือว่าตาฝาดต่อ printer ได้ 2 ตัว)
8. การนั่งหน้าคอมเป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดอาการเป็นรีดสีดวงและทำใหหงุดหงิดกับคอมเพราะเจ็บก้น ควรหลีกเลี่ยงและลุกเดินทุกๆ 1 ชม.เป็นอย่างน้อย

" ห้ามใช้ Display Propperties "

1.ไปที่ Start คลิกที่ Run พิม regedit แล้วคลิกปุ่ม ok ว่ะ
2. จากนั้น ไปที่
HKEY_CURRENT_USERSoftwareMicrosoftWindowsCurrentVersionPolicies

3. คลิกขวาที่โฟลเดอร์ Policies นะฮะ แล้วเลือก New แล้วเลือก Key
4. จากนั้น บรรจงพิมคำว่า System
5. คลิกขวาที่โฟลเดอร์ System ที่สร้างขึ้นม่ะกี้นี้อะนะ
6. แล้วเลือก New ตามด้วย เลือก DWORD Value นะฮะ
7. จากนั้น บรรจงพิมชื่อคีย์ลงไปอีกแล้วว่า NoDispSettingsPage
ให้ถูกนะ
8. ดับเบิ้ลคลิกที่ NoDispSettingsPage เนี่ยละ แล้วใส่เลข 1 ลงไป
9. คลิก OK จากนั้นไปที่ Desktop เมนู Setting จะถูกซ่อน

"ห้ามใช้ Search ในวินโดวส์" ( เหอๆ )

Note : Tips นี้ควรจะทำการ Back Up Registry ไว้ก่อนนะฮะ
เผื่อว่าเราอยากจะ Search อีก เราก็ Merge Registry
กลับไปอีกครั้งได้เรื่องพวกนี้สบายๆอยู่แล้ว

ผมได้บอกเอาไว้ตั้งแต่หน้าแรกของกระทู้นี้แล้วคับ
ว่าการ Back Up มันต้องทำไง หิหิ มาลองกันเลยดีก่า

1.ไปที่ Start คลิกที่ Run พิม regedit แล้วคลิกปุ่ม ok ว่ะ
2. ไปที่
HKEY_CURRENT_USERSoftwareMicrosoftWindowsCurrentVersionPoliciesExplorer

3. คลิกขวาที่ Explorer แล้วเลือก New ตามด้วย DWORD Value
4. บรรจงพิมลงไปว่า NoFind พิมเสร็จแล้วดับเบิ้ลคลิกซะ
5. พิมเลข 1 ลงไป แล้วกดปุ่ม OK จากนั้น Restart
6. เสร็จแล้วโว้ย

"ห้ามคลิกขวาที่ Desktop" ดีตรงไหนว๊า ?? ว่ามะ แต่ก็ลองๆดูนะ

อย่าลืม Back up Registry กันก่อนนะเฟ้ย เด๋วคลิกขวาไม่ได้ตลอดชีวิต นะเอ้อ

ตามสูตรเก่าของเหล่านักแต่งวินโดวส์เลยค่าาาาา เริ่มด้วย
1.ไปที่ Start คลิกที่ Run พิม regedit แล้วคลิกปุ่ม ok ว่ะ
2. ไปที่
HKEY_CURRENT_USERSoftwareMicrosoftWindowsCurrentVersionPoliciesExplorer
3. คลิกขวาที่ Explorer แล้วเลือก New ตามด้วย DWORD Value
4. บรรจงพิมลงไปอีกแล้วว่า NoViewContextMenu พิมเสร็จแล้วดับเบิ้ลคลิกซะ
5. พิมเลข 1 ลงไป แล้วกด OK ตามสูตรอมตะ100ตัวของพวกเรา
6. ลองไปคลิกดิ คลิกได้ป่าว ถ้าจะให้คลิกได้ก็ทำเหมือนเดิมงัย แล้วเปลี่ยนจาก 1 เป็น 0
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ห้ามใช้ Task Manager ( ไอ้ที่กด Ctrl+Alt+Del ไง )
นั่นแหละ มันมีวิธีไม่ให้ใช้ด้วยนา มาดูกัน

อย่าลืม Backup ไว้นะ ก่อนที่จะใช้ปุ่มฉุกเฉินนี้ไม่ได
้ตลอดกาลนานเทอญ

เข้าสูตรเก่าของเราเหมือนเดิม
1.ไปที่ Start คลิกที่ Run พิม regedit แล้วคลิกปุ่ม ok ว่ะ
2. ไปที่
HKEY_CURRENT_USERSoftwareMicrosoftWindowsCurrentVersionPoliciesSystem

3. กดคลิกขวาที่ Explorer แล้วเลือก New ตามด้วย DWORD Value
4. บรรจงพิมอย่างถูกต้องลงไปว่า DisableTaskMgr จากนั้น
ก็เข้าสูตรเดิมเดี๊ยะๆ ก็ ดับเบิ้ลคลิกไง
5. แล้วก็พิมเลข 1 ลงไปซ๊า แล้วก็ไป TEST กันดิ อิอิอิ


โชว์นามสกุลไฟล์ให้เห็นกันจะจะ ฮี่ๆๆ

ปกติเราก็โชว์ได้ด้วย Option ของ วินโดวส์อยู่แระใช่ปะ
แต่เราสามารถให้มันโชว์แบบ โคตรๆโชว์ได้อีกนะลองดู

อ๊ะๆ อันนี้เปลี่ยนสูตรเล็กน้อย อย่าเพิ่งหลงๆ
1.ไปที่ Control Panel แล้วเลือก Folder Option
2. จากนั้นเอาเครื่องหมายถูกที่เอาไว้โชว์นามสกุลไฟล์ออก
นั่นก็คือ " เอาเครื่องหมายถูกที่
Hide Extensions for know files types
3. จากนั้น คลิกปุ่ม Apply แล้วตามด้วย OK โย่วๆ
4. จากนั้นก็เข้าสูตรอมตะ 100 ตัวไม่มีวันตายของพวกเรา
ไปที่ Start คลิก Run พิม regedit กดปุ่ม OK ไง
5. ไปที่

HKEY_CLASSES_ROOTShellScrap

6. คะลิกขวาที่ NeverShowExt แล้ว Delete กดปุ่ม Yes
7. เตรียมใจก่อง
8. Restart เครื่อง แล้วจะพบว่า ไฟล์ทุกไฟล์โชว์นาม
สกุลกันแบบ จะจะ ขอบอกเลยพะยะค่ะ ว่าจะๆ.........แต่ !!!!!!!!

มีแต่ด้วยนะเอ้อ !!!!!
คือว่า การใช้ Tips นี้เนี่ยนะ มันไม่ใช่จะดีเสมอไป เพราะว่า
ระบบของวินโดวส์ ตั้งใจซ่อนไฟล์ระบบไว้ไม่ให้ผู้ใช
้เข้าไปแก้ไขหรือลบทิ้งอ่านะ
บรรดาเหล่าโปรแกรมเมอร์ของไมโครซอฟท์มันก็เงี้ยแหละ
พูดง่ายๆ สำหรับ Tips นี้ มันจะให้ผลคือถ้าเรามีไฟล์ tips_xp_team.txt เพื่อนๆก็

เห็นกันใช่มั้ยละคับ ว่ามัน นามสกุล .txt แต่หารู้ไม่ว่า
มันอาจจะมีนามสกุลที่ซ่อนไว้ก็ได้ เช่น tips_xp_team.txt.exe
อารายประมาณนี้น่ะ

ถ้าเราใช้ Option ของวินโดวส์ ไปโชว์นาม`กุลไฟล์นะ
มันก็จะโชว์ตามเท่าที่เห็นใช่มะ แต่นี้ โชว์แม้งหมดเลย อิอิอิ

สรุปคือใช้ได้นะ ไม่เป็นไร แต่ว่าควรสำรอง Registry นะ


ยกเลิกการใช้งาน Built-in Zip ซะ ฮี่ๆๆๆ
Tips นี้จาก คุณนักรบ แห่ง IRC คับ ฝากให้ผมมาผมก็เลยสานต่อ

แน่นอน 75 % ขึ้นไป แต่ละบ้านจะต้องมี
โปรแกรม Winzip ซึ่งลงไว้หลังจากลงวินโดวส์ XP เสร็จ
แต่วินโดวส์ XP มันก็ โปรเซสไฟล์นามสกุล

.zip ได้เหมือนกานอะดิ เหอๆๆ แน่นอน โปรแกรมที่ติดมา
กับ OS ย่อมสู้โปรแกรมที่ทำงานเฉพาะด้านไม่ได้แหงมๆ
เราก้น่าจะเลิกใช้ Built-

inzip ซะ เพื่อวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่าไงครับ (ใครไม่รู้จัก built in zip ใน
วิน XP ยกมือขึ้นซิ อู๊ววววววว นั่นไงๆ 55555 )

1. ไปที่ Start คลิก Run อิอิอิ ( กะพิม regedit ต่ออะดิ แต่
ไม่ใช่นะค๊าบบบบบบ )
2. พิม regsvr32 /u %windir% system32zipfldr.dll
3. ถ้าพิมถูก มันจะบอกว่า

DllUnregisterServer In C:WindowsSystem32zipfldr.dll Succeeded

เนี่ย
4. ถ้าไม่ได้ ให้ลองใหม่

regsvr32 /u %windir% system32zipfldr.dll
regsvr32/u %windir% system32zipfldr.dll

ไม่เหมือนกันนะ ลองดู
5. กดปุ่ม OK แล้ว ก็เสร็จอะ โอยยยยยยย หิวน้ำจังเลยโว้ยยยยยยยย

ยกเลิกการใช้ โปรแกรมดูรูปภาพของวินโดวส์

อีกแล้วคับ โปรแกรมที่ติดมากะวินโดวส์ ต้องมาโดน
โละอีกแล้ว หึหึ บ้านใครลง ACDSee บ้าง ยกมือหน่อยเร๊ว
ฮ่าๆๆ นั่นไง ลงกันตรึมๆ
ก็คือเพราะว่าโปรแกรมดูรูปภาพของวินโดวส์XPเนี่ยนะ
( นั่นคือโปรแกรม Picture and Fax Viewer )
นั้นมันไม่มีอะไรให้เล่นเยอะแยะ

เหมือนกับโปรแกรมอื่นๆเช่น ACDSee ซึ่งมันก็คล้ายๆ
อันข้างบนน่ะนะ ( โปรแกรมนี้มัน Remove ใน Controlpanel ที่ Windows Component

ไม่ได้ด้วยมั้ง ไม่รุ้เหมือนกัน เหอๆ ) แต่เรามา Remove
ด้วยวิธีของเราดีก่า ท้าทายก่าเยอะค่ะ

เหมือนเดิม สูตรต้นตระกูลของโคตรต้นตระกูลปรับแต่งวินโดวส์
1.ไปที่ Start คลิกที่ Run พิม regedit แล้วคลิกปุ่ม ok ว่ะ
2. ไปที่
HKEY_CLASSES_ROOTSystemFileAssociationsimageShellEXContextMenuHandlersShellImagePreview

( ยาวชิบ )

3. คลิกขวาที่ Default แล้วเลือก Delete จากนั้น กระแทกปุ่ม Yes ลงไปแรงๆ โปรแกรมนี้ก็จะหายไป นะโหยวๆ
+++++++++++++++++++++++++++++จบตอน4++++++++++++++
++++++++++++++++++++++ตอนที่5  +++++++++++++++++++++++++++
มาแต่ง MTU กานดีก่า เหมาะสำหรับพวกชอบเร่งเนตนะ

คือ MTU เนี่ย มันคือ แม๊กซิมั่ม ทรานซมิสชั่น ยูหนิด
( Maximum Transmission Unit ) มันเป็นหน่วยที่กำหนดให
้ในการรับส่งข้อมูลอะนะ ถ้า

เราค้นหาค่า MTU ได้ว่า มันสามารถส่งได้สูงสุดเท่าไหร่
เราก็ส่งข้อมูลได้เร็วขึ้น เข้าใจมั้ยครับ ผมรู้บางคน
ไม่เข้าใจหรอก ผมอ่านเองยังไม่ค่อย

เข้าใจเลย แต่ทำๆไปเถอะคับ มีผลให้เนตเราเร็วขึ้นบ้างแน่ๆ

เข้าสู่สูตร สุดยอดอมตะกันอีกเช่นเดิม
1.ไปที่ Start คลิกที่ Run พิม regedit แล้วคลิกปุ่ม ok ว่ะ
2. ไปที่

HKEY_LOCAL_MACHINESYSTEMCurrentControlSetServicesTcpipParameters

3. คลิกขวาที่ Parameters เลือก New เลือก DWORD Value
สูตรเดิมเดี๊ยะๆ
4. พิม EnablePMTUDiscovery แล้วดับเบิ้ลคลิกอีกละ
5. ใส่เลข 1 ลงไปเหมือนเดิมตามสูด เอ๊ย สูตร
6. กด OK เสร็จแล้วโว้ย ทีนี้ ค่า MTU ก็ถูกค้นหาอัตโนมัติแล้วง่ะ

ไปกินน้ำมาแระ ค่อยยังชั่วหน่อย
************------------

Tips 9 เลขดีศรีมงคล
เพิ่มขนาดการรับส่งข้อมูล MTU

ต่อเนื่องจากอันม่ะกี้เลยก็ การแต่งก็คล้ายๆกันนะ มันทำ
ให้เนตเร็วขึ้นนิดๆ

เข้าสูตรเดิมของพวกเราครับ

หน้ากำลังสองบวกสองหน้าหลังบวกหลังกำลังสอง << เคยท่องกันมั้ยค๊าบ หนุกดีๆ อิอิอิอิ
1.ไปที่ Start คลิกที่ Run พิม regedit
แล้วคลิกปุ่ม ok นะะะะะะะะะะะะะะะะะะะ
2. ไปที่

HKEY_LOCAL_MACHINESYSTEMCurrentControlSetServicesTcpipParametersInterfaces

3. คลิกขวาที่โฟลเดอร์แรก ( โฟลเดอร์ { 16A1 อาราย
นั่นแหละ
ขี้เกียจพิมอะ มันยาว ละไว้ในฐานที่เข้าใจ )
4. เลือก New เลือก DWORD Value อีกแล้วครับทั่น
5. พิม MTU คับ แล้วดับเบิ้ลคลิก MTU คับ
6. ใส่เลข 576 ลงไปสำหรับ Dial up หรือใส่เลข 1492 ลงไป
สำหรับ PPP Broadband Connections หรือใส่เลข 1500
ลงไปสำหรับ Ether,DSL

และ Cable Broadband Connections

เพิ่มจำนวนไฟล์ที่ดาวน์โหลด เข้าใจมะ ??
เด่วนายเก่งอธิบายให้ฟัง

คือเวลาเราโหลดไฟล์จากอินเตอร์เนตอะ มันจะโหลดได้
พร้อมๆกันแค่ทีละ 2 ไฟล์ใช่ปะ ถ้าต้องการเพิ่มให้มันโหลด
ได้ทีละเยอะๆก็เพิ่มได้นะ
แต่นายเก่งไม่รู้ว่า จะเพิ่มกับโปรแกรมช่วยดาวน์โหลด
พวก DAP IDM IDA FlashGet GetRight รึเปล่าลองดู

ไม่ต้องสาธยายอะไรแล้ว เข้าสูตรพลังเต็มของเราเหมือนเดิม
1.ไปที่ Start คลิกที่ Run พิม regedit แล้วคลิกปุ่ม ok ดิ๊
2. ไปที่

HKEY_CURRENT_USERSoftwareMicrosoftWindowsCurrentVersionInternet Settings

3. ดับเบิ้ลคลิกที่ MaxConnectionsPer1_0Server
4. ใส่เลขลงไปตามที่เราต้องการว่าจะให้โหลดกี่ไฟล์
ผมเลือก 10 ดีก่า เยอะดี
5. เลือกตัวเลือก Decimal <<<<<< อันนี้อย่าลืมนะ
6. คลิก OK
7. จากนั้นดับเบิ้ลคลิก MaxConnectiosPerServer
8. คลิกเลือก Decimal <<<< อย่าลืมละ
9. พิมค่าให้เหมือนกับข้อ 4
10. คลิกปุ่ม OK นะ ก็เสร็จแล้ว

ปล . ไอ้ HTTP Session เนี่ยมันมีมาตรฐานอยู่นะถ้าเราใช้
HTTP 1.0 จะโหลดได้เต็มสตีมแค่ 4 ไฟล์นะ แต่ถ้าใช้
HTTP 1.1 จะได้ 2 อัน
( แล้วจะพิม 10 หา อะไร เวง )

ลบโฟลเดอร์ Links ใน Favorites

โฟลเดอร์ที่ว่าเนี่ย มันลบไม่ออกนะ ถ้าลบแบบ เบสิกๆอะ แต่เราต้องลบแบบวิธีของเรา

ครับ คงไม่ต้องบอกกันแล้วนะคับ อ่านมาถึงนี่
1.ไปที่ Start คลิกที่ Run พิม regedit แล้วคลิกปุ่ม ok ดิ๊
2. ไปที่

HKEY_LOCAL_MACHINESOFTWAREMicrosoftInternet ExplorerToolbar

3. ดับเบิ้ลคลิกที่ LinksFolderName
4. แก้ข้อความใน Value ให้เป็น "" งี้อะ ( เครื่องหมายฟันหนู 2 อันติดกัน ) คลิก OK
5. จากนั้นเปิด IE แล้วเลือก Favorites แล้วคลิกขวาที่ โฟลเดอร์ Links แล้วกดปุ่ม Delete
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
มึนไหมครับ ใครอยากเก็บไว้ส่วนตัวลอง mail มาครับจะส่งให้ทาง mail สำหรับคนไม่รู้อย่างผม 5555555

12 คับ อูยยยยยยยยย เยอะจางงงงงงง

ยกเลิกการใช้ MSN บน OutLook นะ

บางทีใช้ Outlook แล้ว MSN ชอบมากวนอะ เรายกเลิกได้นะโดย

เข้าสูตรที่บรรพบุรุษได้จารึกเอาไว้เหมือนเดิม
1.ไปที่ Start คลิกที่ Run พิม regedit แล้วคลิกปุ่ม ok ดิ๊
2. ไปที่

HKEY_LOCAL_MACHINESOFTWAREMicrosoftOutlook Express

3. คลิกขวาที่ โฟลเดอร์ Outlook Express แล้วเลือก New
ตามมาด้วย DWORD Value
4. ค่อยๆบรรจงพิม Hide Messenger ลงไปอย่างนิ่มนวล
5. ดับเบิ้ลคลิกไอ้ข้อ 4 อะ แล้วพิมเลข 2 ลงไป
เสร็จสรรพแล้วคับ



ห้ามใช้โปรแกรม

อันนี้เจ๋งมากเลย ไม่มีใครสามารถจะใช้โปรแกรมที่เราปรับ
แต่งเอาไว้ใน Registry ได้สำหรับคนที่ใช้คอมกับคนอื่นๆ
หลายๆคน แล้วมี

โปรแกรมที่ไม่อยากให้คนอื่นมาเปิดรันมั่วซั่ว

อืม ครับ ต้องบอกกันอีกแล้วว่า สูตรเดิมครับ
1.ไปที่ Start คลิกที่ Run พิม regedit แล้วคลิกปุ่ม ok ดิ๊
2. ไปที่

HKEY_CURRENT_USERSoftwareMicrosoftWindowsCurrentVersionPoliciesExplorer

3. คลิกขวาที่ Explorer แล้วตามสูตรเลยคับ New ตามด้วย
DWORD Value
4. พิม DisallowRun แล้วดับเบิ้ลคลิก
5. พิมเลข 1 แล้วกด OK
6. จากนั้นคลิกขวาที่ Explorer แล้วเลือก New เลือก Key
7. พิมชื่อคีย์ DisallowRun แล้วคลิกขวาที่นี่ละ แล้วเลือก
New เลือก String Value
8. พิมตัวเลขที่ ต่อจากเลขมากที่สุด ............................
เข้าใจป่าว ........ อันนี้ต้องอธิบายกันนิดนึง
คือ สมมุตติว่า เพิ่งทำการห้ามใช้โปรแกรมด้วย Tips
นี้เป็นครั้งแรก มันจะไม่มีเลขอะไรเลย เราก็ใส่ 1 เข้าไป
เราก็ห้ามใช้ได้ 1 โปรแกรม
จากนั้น ถ้าเราจะห้ามใช้โปรแกรมเพิ่มอีก โดยที่
โปรแกรมเก่า
เราก้ยังห้ามอยู่ ถ้าเราไปปรับที่เดิม มันก้จะมีเลข 1 ที่ห้ามใช้
โปรแกรมแรก
อยู่ใช่ปะ ถ้าเราจะห้ามใช้โปรแกรมต่อไป เราก็พิม 2
เพราะ เลข 1 นั่นคือ ตัวเลขที่มากที่สุดนั่นเอง เข้าใจป่าว

9.ดับเบิ้ลคลิกที่ตัวเลข ที่เราพิมเมื่อกี้ลงไป ( ตัวเลขในข้อ 8 )
10. พิม พาธของโปรแกรมที่เราจะห้ามให้ใช้ เช่น

"Crogram FilesAdobePhotoshop7.exe" < ตรงคำ
ว่า Program Files มันมีช่องว่าง เราเลยต้องใส่ฟันหนู ""

C:WINDOWSnotepad.exe < พาธนี้ไม่มีช่องว่างเลย
ก็เลยไม่ต้องใส่ฟันหนูนะ

11. กด OK เสร็จจจจจจจจจจจจจจจจจจจจจจจจ
จจจจจจจ เจ็ดๆๆๆๆๆๆ...............

ซ่อน MyComputer

อันนี้ความจริงมันซ่อนได้อยู่แล้ว แบบ ซ่อนทั้ง Desktop น่ะ แต่คราวนี้ซ่อนด้วยวิธีที่เหนือกว่า ลองมาทำ

ยังเหมือนเดิม ยังไงก็ยังหยั่งงั้น เวลาไม่เคยเปลี่ยนฉัน ก็เข้าสูตร เดิ๊มเล๊ย ละกัน
1.ไปที่ Start คลิกที่ Run พิม regedit แล้วคลิกปุ่ม ok ดิ๊
2. ไปที่

HKEY_CURRENT_USERSoftwareMicrosoftWindowsCurrentVersionPolicies

3. คลิกขวาที่ Policies เลือก New ตามด้วย Key
4. พิมชื่อคีย์เป็น NonEnum
5. คลิกขวาที่ NonEnum แล้วเลือก New ตามด้วย DWORD Value เจ้าเก่า
6. อันนี้สำคัญนะ พิมให้ถูก ค่าของมันอะ พิมว่า

{20D04FE0-3AEA-1069-A2D808002B30309D}

แล้วดับเบิ้ลคลิกมัน
7. พิมเลข 0 ลงไป
8. กดปุ่ม OK แล้วร่ายมนต์ 1 รอบ ไอค่อน Mycomputer จะหายไป


ตรงคีย์ ข้อ 6 น่ะ มันสามารถซ่อนอันอื่นได้อีกนะ ใครอยากได้อะไร โพสมาบอกไว้ ผมจะเอาคีย์มาให้
ตาม List ดังนี้ที่สามารถซ่อนได้

Administrative Tools
Web Folders
Briefcase
Control Panel
Temporary Internet Files
Start Menu Folder
Scanners and Cameras
RecycleBin
My Documents
Network Computer
Network Connections
Printers and Faxes
Scheduled Tasks
Microsoft Network

พวกนี้มีคีย์ที่สามารถซ่อนได้ แต่ผมยังไม่บอกคับ
เพราะว่า คือผมขี้เกียจพิมคีย์นะ มันจะพลาดได้ถ้าพิมเยอะๆ คีย์แต่ละอันก้เหลือเกินจริงๆเหอะๆ
คือ รายชื่อข้างบนนะ ใครอยากซ่อนอะไร มาโพสทิ้งไว้ จะเอาคีย์มาให้
แล้วเอาคีย์ไปใส่ใน ข้อ 6 แล้วก็ทำเหมือนเดิมอะ


ห้ามใช้ Registry

!!!!!!! ฟังอันนี้คงจะรุ้สึกแหม่งๆอะดิ ก็คือว่า ห้ามใช้ Registry แก้ไข
ระบบของวินโดวส์เลย พูดง่ายว่า อดไปเลยคับ เข้ามาปรับ
ไม่ได้อีกแล้ว

ฮี่ๆๆๆๆ เอาละมาทำกันดีก่า

เข้าสูตรคร๊าบบบบบบบบ เข้าสูตรรรรรรรรร
1.ไปที่ Start คลิกที่ Run พิม regedit แล้วคลิกปุ่ม ok ดิ๊
2. ไปที่
HKEY_CURRENT_USERSoftwareMicrosoftWindowsCurrentVersionPoliciesSystem

3. คลิกขวาที่ System เลือก New ตามด้วย DWORD Value เหมือนเดิม
4.พิม DisableRegistryTools จากนั้นดับเบิ้ลคลิก
5. พิมเลข 1 ลงไป กดปุ่ม OK แล้วก็จะอดใช้ Regedit กันละนะค๊าบบบบบบบบบ


ถ้าต้องการจะเอามันกลับคืนมา ต้องมีทักษะนิดนึง

1. สร้างไฟล text ขึ้นมาสักอัน โดยคลิกขวาที่ช่องว่าง จากนั้นเลือก New เลือก Text Document
2. พิมลงไปตามนี้ครับ


Quote:
Windows Registry Editor Version 5.00

[HKEY_CURRENT_USERSoftwareMicrosoftWindowsCurrentVersionPoliciesSystem]
"DisableRegistryTools"=dword:00000000



3. เซฟเป็นชื่ออะไรก็ได้ แต่นามสกุล .reg
4. ดับเบิ้ลคลิกไฟล์นี้ แล้วก็กด OK ก็เสร็จ

แต่ผมแนะนำ อย่าไปปิดมันเลยคับ ถ้าจะปิดจิงๆก็ควรจะแบกอัพไว้ดีกว่า

เอ้า เดี๋ยว วินโดวส์อื่นเขาจะน้อยใจ ผมไปเก็บมามั่งดีก่า

รวม Key ลัดของ วินโดวส์ ME ( Maximum Error ) XP ก็ใช้ได้

Ctrl+Esc = เปิดเมนู Start
ปุ่มวินโดวส์+M= Minimize ทุกๆวินโดวส์ทั้งหมด
ปุ่มวินโดวส์+Shift+M = Restore วินโดวส์ทั้งหมดที่ถูก Minize ลงไป
ปุ่มวินโดวส์+D = สลับการแสดงเดสทอป
ปุ่มวินโดวส์+F1 = เปิดวินโดวส์ Help
ปุ่มวินโดวส์ + Pause/Break = เปิด SystemProperties
ปุ่มวินโดวส์+E = เปิดวินโดวส์ เอกซ์ เพอ เร่อ Explorer
ปุ่มวินโดวส์+R = เปิดวินโดวส์ Run
ปุ่มวินโดวส์+F = เปิดการ Search
ปุ่มวินโดวส์+Ctrl+F = เปิดการ Search เหมือนกัน ( WinMe & Win 98 )
ปุ่มวินโดวส์+Tab = ย้ายจุดเลือกของแต่ละ Task ( ลองกดดูครับ อธิบายไม่ค่อยถูก )
Alt+Tab = สลับโปรแกรมที่กำลังทำงานอยู่
Alt+Enter = ใช้สำหรับ Dos เพื่อเข้าสู่โหมด FullScreen
Alt+F4 = ปิดวินโดวส์ที่กำลัง Active อยู่
Alt+Spacebar = เรียกเมนูระบบของวินโดวส์
PrintScreen = จับภาพหน้าจอทั้งหมดเอาไปไว้ในคลิปบอร์ด
Alt+PrintScreen = จับภาพหน้าจอ เฉพาะหน้าที่เป็น ActiveWindows เอาไว้ในคลิปบอร์ด
Shift+F10 = เรียก Context Menu ขึ้นมา ( ลองกดดิ )
Ctrl+Alt+Del = เรียก Task Manager ขึ้นมา ถ้าเป้น Win98หรือ WinME กดอีกครั้ง จะ Restart เครื่องไปเล��
+++++++++++++++++++++++++++++++จบตอนที่ 5+++++++++++++++++++++++++++++
ตอนที่6+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
รวม Tips Hot !!! สําหรับ Windows XP สุดยอด !!!
1.การทำภาพเคลื่อนไหวบนหน้าจอ
วิธีการกำหนดภาพเคลื่อนไหวบนหน้าจอภาพ โดยการนำไฟล์ Gif Animate มาวางไว้ ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้นะจ๊ะ
1) Click ขวาบนหน้าจอแล้วไปที่ Properties
2) Click แท็บ Desktop
3) Click ปุ่ม Customize Desktop
4) Click แท็บ Web นะ
5) Click ปุ่ม New
6) Click ปุ่ม Browse ค้นหาไฟล์ภาพเคลื่อนไหวที่เราต้องการ
Click ปุ่ม Ok เป็นอันเสร็จ(ถ้ายังไม่เสร็จก็ OK ไปเรื่อยๆนั่นแหละ)
2.เปลี่ยนภาพโฟลเดอร์ ใน Windows XP เราสามารถเปลี่ยนรูปโฟลเดอร์ที่เราสร้างขึ้น ประโยชน์ก็คือเพื่อให้สื่อความหมายได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ปฎิบัติตามนี้นะจ๊ะ
1) Click ขวาที่โฟลเดอร์ที่คุณต้องการจะเปลี่ยน เลือก Properties
2) Click ที่แท็บ Customize
3) Click ปุ่ม Change Icon
4) เลือกภาพ Icon ที่ต้องการแล้ว Click ปุ่ม Ok
5) Click ปุ่ม Ok อีกครั้งก็เสร็จ
3.นาฬิกาปลุกแบบใหม่
คุณสามารถสั่ง Windows XP ให้เปิดหรือปิดโปรแกรมใดๆก็ได้ตามเวลาที่เรากำหนด เช่น เมื่อถึงเวลาพักเที่ยงให้เปิดเพลงคุณลำใย อะไรประมาณเนี่ย
1) Click ปุ่ม Start จากนั้นไปที่ All Programs > Accessories > System Tools>Scheduled Tasks
2) Double Click ที่ไอคอน Add Scheduled Task
3) Click ปุ่ม Next
4) Click เลือกโปรแกรมที่ต้องการเปิด เช่น Winamp หรืออะไรก็ได้
5) Click ปุ่ม Next
6) ระบุความถี่ในการเล่นเพลง เช่น
Daily เล่นทุกๆวัน
Weekly ทุกสัปดาห์
Monthly ทุกเดือน
One Time Only เพียงครั้งเดียว
นอกเหนือจากนั้นไปแปลเอาเองแล้วกันนะ ขี้เกียจพิมพ์
7) Click ปุ่ม Next
กำหนดเวลาตามใจของท่าน
9) Click ปุ่ม Next
10) กรอกชื่อและรหัสของผู้ใช้เครื่อง ถ้ายังไม่มีก็ไปตั่งซะ
11) Click ปุ่ม Next
12) Click ที่ Show Advance Properties...
13) Click ปุ่ม Finish เป็นอันเสร็จขั้นตอนทั้งหมด
14) ในช่อง Run ให้คุณระบุชื่อไฟล?ที่ต้องการสั่งให้เล่น โดยการกรอกชื่อไฟล์ต่อท้ายคำสั่งที่พบ
15) Click ปุ่ม Ok
16) กรอกรสัสของผู้ใช้ให้ถูกต้อง และ Click ปุ่ม Ok
17) เสร็จแล้วโว้ย!
4.ไขความลับของ My Computer
ลอง Click ที่ไอคอน My Computer ค้างไว้แล้วให้ลากไอคอน My Computer ไปให้ชิดติดขอบจอด้านขวาแล้วปล่อยเมาส์ คุณจะพบอะไรที่แปลกใหม่กว่าเดิม
5.นโยบายเลือกดูเฉพาะเว็บที่หวังดีเท่านั้น คุณสามารถกำหนดขอบเขต หรือจำกัดเว็บที่น่าสงสัยไม่ให้เข้ามายุ่งกับเครื่องได้ ดังนี้
1) เปิด IE ขึ้นมา แล้วไปที่ Tools>Internet Options
2) Click แท็บ Security
3) Click ไอคอน Restrict Sites
4) Click ปุ่ม Site เพื่อเลือกเว็บที่ไม่ต้องการให้มาวุ่นวายกับเครื่องของคุณ
5) กรอกชื่อเว็บที่จะกำจัด
6) Click ปุ่ม Add
7) เมื่อกรอกรายชื่อเว็บตามต้องการแล้ว Click ปุ่ม Ok
9) Click ปุ่ม Ok อีกครั้งก็เสร็จแล้ว
6.จะพิมพ์ชื่อเว็บยาวๆไปทำไม
ตามปกติแล้วเวลาที่เราจะพิมพ์ชื่อเว็บนั้น เราก็ต้องพิมพ์ไปว่า www.ชื่อของเว็บ.com แล้วก็ Enter ใช่ไหม แต่สำหรับเรามันไม่ใช่ แค่พิมพ์แค่ชื่อเว็บอย่างเดียวแล้วก็กด Ctrl+Enter ก็ใช้ได้แล้ว อย่างเช่นเราจะเปิดไปที่เว็บของ Thaiware เราก็แค่พิมพ์คำว่า Thaiware แล้วก็กด Ctrl+Enter แค่นั้นและ แต่มันมีข้อจำกัดอยู่ว่า เว็บที่เราจะพิมพ์ชื่อเข้าไปนั้น ต้องลงท้ายด้วย .COM นะจ๊ะ
7.ดูเว็บได้ตลอดเวลาด้วยแถบ Address ทำตามที่เราบอกนะ แล้วจะได้ของดีเอง
1) Click ขวาที่ Taskbar
2) เอาเครื่องหมายถูกออกจาก Lock The Taskbar
3) Click ขวาที่ Taskbar อีกครั้ง
4) แล้วให้ไปที่ Toolbars>Address
5) เลื่อนเมาส์ไปที่แถบ Address ปรับขนาดตามความพอใจ
6) จะพบแถบ Address อยู่บน Taskbar ด้านล่างของหน้าจอ
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
1. คุณสามารถดูเปิดเว็บได้เต็มจอโดยการกด F11
2. คุณสามารถเลื่อนหน้าจอ IE ลงได้โดยกด space และเลื่อนขึ้นโดยกด shift+space
3. คุณสามารถซ่อนขอบหน้าต่างและ titlebar ของ task manager ได้โดยการดับเบิ้ลคลิกที่ว่างตามขอบใดๆก็ได้
4. คุณสามารถหยุดยั้งการปิดเครื่องเองภายใน 60 วินาทีของ blaster.worm ได้
โดยการเปิด run แล้วพิมพ์ "shutdown -a"
5. และคุณสามารถสั่งปิดเครื่องที่อยู่ข้างๆได้โดยพิมพ์ "shutdown -i"
6. คุณสามารถส่งแฟกซ์หรือ print-to-fax ด้วยโมเด็มได้โดยไม่ต้องพึ่งโปรแกรมอื่นๆช่วย
7. คุณสามารถเร่งหรือชะลอความเร็วของเพลง หรือแม้แต่เล่นเพลงย้อนกลับได้
โดยใช้ play speed settings ที่อยู่ใน windows media player
8. คุณสามารถเปิดและเข้ารหัสไฟล์ zip ได้โดยไม่ต้องใช้ winzip หรือ winrar
ใช้คุณสมบัติของ compressed folder
9. คุณสามารถเปลี่ยนรูปภาพอะไรก็ได้ให้เป็นไอคอนแค่เพียงคุณเปลี่ยนนามสกุลมันเป็น .ico เท่านั้น
10. เมื่อเมาส์ของคุณพัง คุณยังสามารถใช้เมาส์ได้ด้วยคีย์บอร์ดโดยเลือกที่ accessibility option > mouse > mousekeys
แล้วใช้ numpad เป็นตัวควบคุมเมาส์ขยับเมาส์คลิกเมาส์แทน
11. เมื่อคีย์บอร์ดของคุณพัง คุณยังสามารถใช้เมาส์พิมพ์ข้อความได้โดยเปิด run แล้วพิมพ์ osk
12. คุณสามารถทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณพูดไม่หยุดปากได้โดยเปิด run แล้วพิมพ์ narrator
และสั่งให้มันพูดอีกครั้งเมื่อพูดจบก็ให้กด ctrl+shift+space
13.คุณสามารถ เขียนแผ่น CD ได้ โดยใช้วินโดวส์ XP เพียว ถ้าคุณมี Drive CD RW ให้ไปที่ไดรว์นั้น เพื่อกำหนดความเร็วในการเขียนได้ โดยคลิกควาที่ไดรว์นั้น แล้วเลือก Propperties แล้วเลือก Recording เพื่อกำหนดความเร็วในการเขียนได้ ( ค่า Default จะเป็น Maximum ซึ่งอันตรายมากเวลาเขียนด้วยวินโดวส์ )
14. XP Pro จะมี IIS 5 แถมมาให้ด้วย ไปที่ Add Remove Program >> Windows Component >> Internet Informationservices ติ๊กถูกซะล้วกด OK ไปเรื่อยๆ เราก็จะมีโปรแกรม Server ไว้รัน ASP ได้ที่บ้านจ้ะ
15. คุณสามารถสร้างฟอนต์เก็บไว้ใช้งานเองในส่วนของ (Private Use) ได้โดยเปิด run แล้วพิมพ์ eudcedit
16. คุณสามารถกำหนดค่าต่างๆ อย่างละเอียดมาก ซึ่งใน Control Panel ไม่มี
โดยการเปิด run แล้วพิมพ์ gpedit.msc
17. ปิด Welcome screen >> ไปที่ Control Panel -> User Accounts -> Change the way users log on or off แล้วเอาเครื่องหมายถูกหน้า "Use the Welcome screen" ออก การทำดังกล่าวจะกลับไปใช้ Logon Screen ในแบบ Win2000 แต่อย่างไรก็ตามการทำดังกล่าวจะไม่สามารถ Logon User หลายคนในเวลาเดียวกันได้
18. ปิด Error Reporting
ค่าดีฟอลท์ของ WinXP จะทำการรายงานข้อผิดพลาดของโปรแกรมถึง Microsoft คุณสามารถปิดการทำงานนี้ได้โดยไปที่ Control Panel -> Performance and Maintenance -> System ที่แท็บ Advanced คลิ๊กที่ปุ่ม Error Reporting แล้วเลือก Disable error reporting ครับ
อีนนี้เอามาจากไทยแวร์คับ
19.Start > Run > พิมพ์ msconfig > Startup > เอาเครื่องหมายถูกออกให้หมด *ยกเว้น* System Tray , internat.exe , ScanRegistry , TaskMonitor , PCHealth นอกนั้นเอาออกให้หมดครับ
20.คลิ๊กขวาที่ My Com > Properties > Performance
เลือกที่ Virtual Memory... > คลิ๊กที่ Let me specify my own virtual memmory setting. แล้วเปลี่ยนที่ Minimum และ Maximum ตามสูตรนี้ เอาค่า Ram ในเครื่องเราคูณ
2.5 ได้ค่าแล้วก็ใส่ตาสที่บอกน่ะ
EX. RAM 64 MB คูณ 2.5 = 160
128 MB คูณ 2.5 = 320

CTRL + F = search หาข้อความต่างๆในหน้าเว๊บนั้น
Dxdiag = ดู DirectX ใน WinXp
regedit = ดู เช็ค รีจิสเตอร์
msconfig = ลบโปรแกรมที่ รัน ตอนบู๊ตเครื่อง
cmd /k ipconfig = ดู IP Address ใน Win XP
ping loopback = ดู IP Address ใน Win XP
%temp% = ลบ File Temp ของ Windows XP
"gpedit.msc" = แก้ไขค่าต่างๆ
** รีสตาร์ทแล้วกด F8 จะมีให้เลือกเข้าในโหมด safe mode **
**ไม่ให้ WIN XP ถามหา password ตอน boot ให้พิมพ์ rundll32 netplwiz.dll,UsersRunDll ****
******uninstall แล้วยังไม่หายไปจาก add remove.. *******
start > run > regedit > ok
HKEY_LOCAL_MACHINESOFTWAREMicrosoftWindowsCurrentVersionUninstall เข้าไปลบตัวโปรแกรมที่ยังค้างอยู่
*********การลบเกมส์ใน รีจิสเตอร์************
Hkey_current_user เลือก Software ทีนี้ก็ลองหาชื่อเกมส์หรือโปรแกรมที่ต้องการจะเอาออก โดยการคลิ๊กขวา แล้วก็ delete แล้วปิดหน้าต่าง รีสตาร์ทแค่นี้ก็เรียบร้อยครับ
**********บูทวินโดวส์ XP แบบติดเทอร์โบ**********
ไปที่ Start > Run แล้วพิมพ์ regedit แล้วกด ok
HKEY_LOCAL_MACHINESYSTEMCurrentControlSetControlSessionManagerMemoryManagementPrefetchParameters ตรงด้านขวามือแก้ไขคีย์ EnablePrefetcher จาก 3 เป็น 5 แล้วกด OK
************** แก้เครื่อง shutdown นานมาก **********
รัน regedit แล้วแก้ registry
HKEY_LOCAL_MACHINESystemCurrentControlSetControl ตรงด้านขวามือเลือกที่ WaitToKillServiceTimeout เดิม 20000 แก้เหลือ 1
HKEY_CURRENT_USERControl PanelDesktop ตรงขวามือให้แก้ตามนี้
"AutoEndTasks"="1"
"HungAppTimeout"="1"
"MenuShowDelay"="100" (เพิ่มความเร็ว Start Menu)
"WaitToKillAppTimeout"="1"
ปิด Regedit จากนั้นรีสตาร์ท จะเห็นผลโดยทันที
********ลบโปรแกรม MSN Messenger ออกจาก WindowsXP**********
ถ้าคุณต้องการลบ MSN Messenger ออกจาก WindowsXp ทำได้โดยคลิ๊ก Start -> Run แล้วพิมพ์ดังนี้
RunDll32 advpack.dll,LaunchINFSection %windir%INFmsmsgs.inf,BLC.Remove
จากนั้นคลิ๊ก OK
******** หยุดการเล่นโปรแกรมอัตโนมัติ ในขณะใส่แผ่น CD (ยกเว้น CD เพลง) ********
1. คลิ๊ก Start เลือก Run
2. พิมพ์ "gpedit.msc" จะมีหน้าต่าง Group Policy ขึ้นมา
3. ดับเบิ้ลคลิ๊ก Computer Configuration และดับเบิ้ลคลิ๊ก Administrative Templates
4.จากนั้นดับเบิ้ลคลิ๊ก System ตรงด้านขวามือให้ดับเบิ้ลคลิ๊กที่ Turn off autoplay
5.จะมีหน้าต่าง Turn off Autoplay Properties ขึ้นมา
6. ให้คลิ๊กเลือกที่ Enabled
7. ตรงช่อง Turn off Autoplay on: ให้เลือก CD-ROM drives
8.กด Apply
9. กด OK ( จบ )
***** วิธีเปิด-ปิด CD-ROM โดยไม่ต้องใช้มือ *******
การเปิดไดร์ฟก็คลิ๊กขวาเลือก eject ครับ จะปิดไดร์ฟก็ คลิ๊กขวาแล้วเลือก close tray
ทำให้ ลูกศร ตรง ShortCut ให้หายไป
Start > Run แล้วพิมพ์ regedit แล้วกด ok
HKEY_CLASSES_ROOTlnkfile
คลิ๊ก IsShortcut แล้วกดปุ่ม Delete เพื่อลบออกไป
*********เอา User name ตรง Startmenu ออก **********
1.Start -> Run -> พิมพ์ว่า GPEDIT.MSC เพื่อเรียกโปรแกรม Group Policy ขึ้นมานะครับจากนั้นก็ไปที่
User Configuration -> Administrative Templates -> Start Menu and Taskbar นะครับแล้วก็ดูขั้นตอนต่อไปเลยครับ
2.ให้หาคลิ๊กคำว่า Remove Username from Start Menu
Double Click ขึ้นมาแล้ว Check ที่ Enabled แล้วกดปุ่ม OK เท่านั้นก็เรียบร้อยแล้วครับ
-----------------------------------------------------------------------------
ตั้งเวลา Shutdown
เปิด Command Prompt ขึ้นมา(run พิมพ์ cmd >OK)
พิมพ์ Shutdown วรรค แล้วต่อด้วยคำสั่งที่ต้องการดังนี้
-i = ให้มีกรอบโต้ตอบขึ้นมา
-l = Logoff
-s = Shutdown
-r = Restart
-m ชื่อคอมพ์ =สั่งให้คอมเครื่องนั้นปิดเครื่อง รีสตาร์ต หรือ ลอกออฟ
-t xx = ตั้งเวลาทำตามคำสั่ง xx วินาที
-c "comment" = ให้มี Comment ขึ้น
-f = ปิดโปรแกรม
-a = ยกเลิกคำสั่งทั้งหมด
สามารถพิมพ์หลายคำสั่งได้ โดยแต่ละคำสั่งให้วรรค เช่น
ต้องการให้ปิดเครื่องใน 30 วินาที โดยมีข้อความว่า"จะปิดแล้วนะ"ก็พิมพ์อย่างนี้
shutdown -s -t 30 -c "จะปิดแล้วนะ"
เป็นต้น
4. คุณสามารถหยุดยั้งการปิดเครื่องเองภายใน 60 วินาทีของ blaster.worm ได้
โดยการเปิด run แล้วพิมพ์ "shutdown -a"

การตั้งนาฬิกาอัตโนมัติของ WinXP ปกติ มันจะอัพเดทเวลาให้เราทุกๆ 7 วัน เราสามารถปรับให้ถี่กว่านี้ได้โดย
เปิด registy ขึ้นมา
HKEY_Local_Machinesystemcontrolset001servicesw32timetimeProvidersNtpClient
ที่ SpecialPollInterval ให้เลือก Base เป็น Decimal (เลขฐานสิบ) แล้วแก้เวลาได้ตามต้องการเป็นวินาที
1. กด windows+D จะลดหน้าจอลงทั้งหมดเหลือแต่เดสท๊อป
2. จะอัพเดตหน้าเว็บ กด Ctrl + F5
3. หมั่นล้างเอาขยะออกจากเครื่องบ้าง
4.การ Defacment ไม่ควรทำบ่อบ(อาร์ดดิสก์อาจเสื่อม)อย่างมากสัปดาห์ละครั้ง
5. การจะเอาไฟล์ flash (.swf) หลังจากเปิดหน้าเว็บที่มีไฟล์ที่ต้องการ (รอโหลดเสร็จก่อน) ไปที่ Temp Internet Files หา ไฟล์ที่ลงท้ายด้วย .swf แล้วก๊อปปี้ได้เลย
6.การจับภาพหน้าจอสามารถใช้ปุ่ม Print Screen ได้

ที่ผมทิ้ง Tips ไว้ คือ " การ ซ่อน เครื่อง มือ ใน ControlPanel ที่ เรา ไม่ ต้อง การ " นะครับ ซึ่งบางอันเราไม่ได้ใช้เลย หรือบางอันเราไม่อยากให้คนอื่นมาปรับอะไรมั่วๆ นะครับ เช่น Accessibility Options มันใช้สำหรับคนพิการทางร่างกายที่ต้องการใช้วินโดวส์ XP ใช่มั้ยครับ แต่เราไม่ได้พิการทางกาย ( เราแค่พิการทางใจ ) เราก็สามารถซ่อนมันได้ โดยทำดังนี้ครับ
1. ไปที่ Start
2. Run
3. พิม regedit แล้วกด OK
4. ไปที่ HKEY_LOCAL_MACHINESOFTWAREMicrosoftWindowsCurrentVersionControl Panel
5. คลิกขวาที่ โฟลเดอร์ Control Panel แล้วเลือก New แล้วเลือก Key
6. พิม don't load เป็นชื่อ key อันใหม่ลงไป
7. คลิกขวาที่ don't load แล้วเลือก New >> String Value
8. พิมชื่อไอค่อนที่เราจะซ่อน โดย ถ้าเราจะซ่อนไอค่อนใด้ ก้ให้พิมเป็น .cpl ตามที่ผม โพสไว้แล้ว ด้านบนนะครับ เช่นผมต้องการจะซ่อน Accessibility Options ผมก็ เลือก New >> String Value แล้วก็พิม access.cpl แบบนี้ครับ
9.ดับเบิ้ลคลิกไอค่อน ที่เราจะซ่อน จากตัวอย่างก้คือ access.cpl
10. พิมคำว่า Yes ลงไป แล้วกด OK เสร็จแล้ว
เวลาฉุกเฉินให้กด Ctrl+Alt+Del ครับ

ใน win XP จะมี โปรแกรมที่ไม่ได้แจกจ่ายให้คนภายนอกใช้ แต่!!!!! มันมีหลุดมา 2ตัวครับ คือโปรแกรมที่แก้ไขอักขระส่วนตัวและตัวที่สองอีกตัวเป็นโปรแกรมบีบอัดไฟล์และขยายได้ด้วยตัวเองครับ เรามาดูวิธีเรียกใช้กันดีกว่าครับ
ตัวแรกเข้าที่ START->run->พิมพ์EUDCEDIT.EXE แล้วตกลง
ตัวที่สอง START->run->พิมพ์IEXPRESS.EXE แล้วตกลงครับ

ถ้า shutdown แล้วแต่ไม่ปิดเครื่องให้
เอามาจากหนังสือ เผื่อใครมีปัญหา
เมื่อ shutdown แล้ว เครื่องไม่ปิดให้อัตโนมัติ ทำตามนี้
1. เรียก power options ใน control panel
2. เลือกแท๊ป APM
3. คลิกเลือก Enable Advanced Power Managment support
4. เลือก OK
แค่นี้เครื่องก็จะปิดเองโดยอัตโนมัติ หลังจาก shutdownถ้า shutdown แล้วแต่ไม่ปิดเครื่องให้

ล้างรายการในคำสั่ง Run ไม่ให้ใครเห็น
1. เข้าสู่ Registry Editor
2. ไปที่คีย์
HKEY_CURRENT_USERSOFTWAREMicrosoftWindowsCurrentVersionExplorerRunMRU
3. ในซีกขวา ลบบรรทัดคำสั่งที่ไม่ต้องการให้ปรากฎออกไป
เลือก yes ยืนยันการ

สั่ง Shutdown ให้เร็วขึ้น
1. คลิกขวาที่พื้นที่เดสก์ทอป เลือก New>Shortcut
2. พิมพ์คำสั่งลงไป ดังนี้
Shutdown -s -t 00
เลือกปุ่ม Next
3. ตั้งชื่อให้กับ Shortcut แล้วเลือก Finish (ก็จะได้ shotcut บนเดสก์ทอป)
4. หากต้องการเรียกใช้ได้เร็วยิ่งขึ้น ให้ลาก shortcut ไปไว้ในแถบ Quick Link
5. ถ้าจะเปลี่ยนไอคอนให้คลิกขวาที่ไอคอนนี้ แล้วเลือก properties
6. คลิกที่ปุ่ม Change Icon จะปรากฎคำเตือน ให้คลิก OK
7. เลือกรูปที่ต้องการ แล้ว เลือก OK และ OK
เป็นอันเสร็จ

รวมแป้นพิมพ์ลัดเพื่อให้สั่งงานได้ไวขึ้น
shift+ลูกศร เลือกหลายๆ ไอคอนบนเดสก์ทอป
ctrl+shift+ลูกศร เลือกส่วนของข้อความ
ctrl+A เลือกทั้งหมด
ctrl+C คัดลอกสิ่งที่เลือก
ctrl+x ตัด หรือ ย้ายสิ่งที่เลือก
ctrl+V วางสิ่งที่คัดลอกหรือย้ายมา
ctrl+z ยกเลิกการกระทำล่าสุด
delete ลบสิ่งที่เลือก
shift+delete ลบถาวร
ctrl+คลิกลากเมาส์ คัดลอกไฟล์
ctrl+shift+ลาก สร้างช็อตคัท
F2 เปลี่ยนชื่อไฟล์หรือโฟลเดอร์หรือไอคอน
F3 ค้นหาไฟล์หรือโฟลเดอร์
ALT+Enter ดูคุณสมบัติ(properties) ของสิ่งที่เลือก
ALT+F4 ปิดหน้าเอกสารที่กำลังทำงานอยู่
ALT+TAB สับเปลี่ยนโปรแกรมที่เปิดไว้
ALT + Esc สับเปลี่ยนโปรแกรมที่เปิดไว้
F4 แสดงรายการในช่อง Address ของ Windows Explorer และ IE
shift +F10 แสดงเมนูลัดของสิ่งที่เลือก
Ctrl+Esc เปิดใช้ Start
Alt+ตัวอักษรขีดเส้นใต้ เปิดเมนูนั้น
F10 ไปยังเมนูของโปรแกรมที่กำลังใช้งานอยู่
F5 อัพเดตข้อมูลในหน้าต่างที่กำลังใช้งาน
Backspace ออกจากโฟลเดอร์ใน Explorer ไป 1 ระดับ
Esc ยกเลิกงานที่กำลังทำอยู่
Shift ขณะใส่แผ่นซีดี ปิดการทำงานแบบ Autorun
+++++++++++++จบตอนที่ 6++++++++++++++++++++++
+++++++++++++++ตอนที่ 7 +++++++++++++++++++++
ติดจรวจในการเล่น internet ใน winxp
การใช้ internet บางครั้งเร็ว บางครั้ง ขึ้นอยู่กับส่วนปะกอบหลายอย่าง
วิธีนี้ก็ทำให้ internet เร็วขึ้นที่ถูกและเร็ว ^o^
ไปที่ start > run พิมพ์ gpedit.msc กด ok
จะแสดงหน้าต่าง Group Policy
ที่ computer config.. เลือก Administrative Templates
หัวข้อ network เลือกที่ QoS Packet Scheduler
มองหน้าต่างขวามือ ดับเบิ้ลคลิกที่ Limit reservable bandwith
จะปรากฏหน้าต่างใหม่ Limit reservable bandwith Propoties เลือกแถบ setting
คลิกเลือกที่ช่อง Enable
ในกรอบ Bandwith limit(%) ปรับเป็น 0 แล้วกด ok

++++++++++++++++++จบตอนที่ 7 +++++++++++++++++++++++++
++++++++++++++++++ตอนที่ 8 +++++++++++++++++++++++++++
ปรับขนาดของถังขยะ recycle bin เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการใช้งาน
คลิกขวา recycle bin ไป propoties
ปรับที่ตรง % จากเดิมมันจะเป็น 20% ก็ปรับเป็น 4 %ของ HDD
จะก็สามารถเพิ่มพื้นที่ของ HDD ได้อีก 16% เลย ^o^
18.ปรับแต่งโปรแกรมที่ใช้เป็นประจำให้เร็วขึ้น
ให้กดปุ่ม clrt + alt + delete ปรากฏกรอบ windows task manager เลือกแถบ
processes
เลือกโปรแกรมที่จะปรับแต่ง คือคลิกขวาที่โปรแกรม แล้วไปที่ set priority
normal เป็นการทำงานปกติ ก้อปรับเป็น high
ถ้าโปรแกรมเร็วเกินไปก้อไปที่ low
เมื่อปรับแต่งเสร็จจะแจ้งเตือนถึงการเปลี่ยนแปลงค่า ให้คลิก ok

++++++++++++++จบตอน 8 +++++++++++++++++++++++++++++
+++++++++++++++++++ตอนที่ 9 +++++++++++++++++++++++++
อาการเม้าส์เจ๊ง ถ้าไม่มีเวลาไปซื้อ ก็ต้องใช้ คีย์บอร์ด แทนไปก่อน
ทำได้ดังนี้
ไปที่ start >setting>control panal
ดับเบิ้ลคลิกที่ accessibility options
เลือกแถบ mouse คลิกเครื่องหมายถูกหน้า use mouse keys คลิกปุ่ม settings
ในกรอบ keyboard shortcut คลิกเม้าส์ที่ช่องของ use shortcut
เพื่อกำหนดดารใช้งานของ keyboard คลิกปุ่ม ok
ต่อไปก้อใช้ keyboard แทนเม้าส์ได้ชั่วคราว โดยที่ปุ่ม 1,2,3,4,6,7,8,9
ใช้ควบคุมทิศทาง และ 5แทนการคลิกเม้าส์
+++++++++++++++++++จบตอน 9 ++++++++++++++++++++++++
+++++++++++++++++++ตอนที่ 10 ++++++++++++++++++++++++
การปิดเซอร์วิสสำหรับผู้ใช้คนเดียว
จะช่วยเพิ่มความเร็วและประสิทธิภาพในการทำงานให้กับร ะบบ
และสำหรับผู้ที่ใช้คอมที่ไม่มีการเชื่อมต่อกับ
เครื่อข่ายต่างๆเช่นระบบ แลน ผู้ใช้ตามบ้าน
สามารถปิดเซอร์วิสจำนวนมากที่เกี่ยวกับเครื่อข่าย ซึ่งไม่มีการใช้งาน ดังนี้
alerter , clipbook , computer browser , fast user switching ฯลฯ
โดยไปที่ start >setting>control panel > administrative tools >service
โปรแกรม service จาปรากฏขึ้น ในกรอบด้านขวา จะเห็นรายการเซอร์วิสต่างๆ
สามารถปิดเซอร์วิสต่างๆเพื่อเพิ่มความเร็วกับระบบ ด้วยการ
ดับเบิ้ลคลิกบนเซอร์วิส ในไดอะล๊อกบอกซ์ propoties ที่ปรากฏขึ้น หัวข้อ
startup type ให้กำหนดเป็น disbled แล้วคลิก ok
+++++++++++++++++++จบตอน 10 +++++++++++++++++++++++